06 ต.ค. 2563
5,077 ครั้ง

ทนายเดชาแจงรับเป็นทนายให้ 'จุ๋ม' หลังโซเชียลรุมวิจารณ์ - คุรุสภาจ่อลงดาบ รร.ฉาวจ้างครูไม่มีใบอนุญาต

ทนายเดชา แจงกรณีทัวร์ลงเฟซบุ๊ก หลังรับเป็นทนายให้ครูจุ๋ม และโรงเรียนสารสาสน์ ยันทุกคนต้องมีทนายความช่วยว่าความตามสิทธิขั้นพื้นฐาน แนวทางหลังจากนี้ เตรียมต่อสู้ในประเด็นต่างๆ ให้กับครูจุ๋ม และโรงเรียน ผิดว่าตามผิด แต่ประเด็นใดเกินกว่าเหตุต้องต่อสู้ 
 
 
 
นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ ทนายเดชา ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ เปิดใจกับทีมข่าวช่อง 3 ถึงกรณีที่ตนเองไปเป็นทนายความให้กับครูจุ๋ม กับโรงเรียนสารสาสน์ โดยชี้แจงว่า ที่ตนรับว่าความแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เป็นที่ปรึกษาให้กับโรงเรียนในการต่อสู้คดี ทั้งประเด็นเรื่องของการรับผู้ไม่มีใบอนุญาตมาเป็นบุคลากร และกรณีครูพี่เลี้ยงทำร้ายร่างกายนักเรียน ทั้งทางแพ่ง อาญา และที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อวานนี้ตนเข้าไปดูในโรงเรียนก็พบว่ามีการแก้ไขตามที่มีการเรียกร้องแล้ว ทั้งเรื่องกล้องวงจรปิด และ กรณีใบอนุญาตต่างๆ 
 
 
 
และอีกส่วน เป็นการรับปรึกษาให้กับครูจุ๋ม และครูพี่เลี้ยงรวม 13 คนซึ่งแยกเป็นอีกส่วน ซึ่งในส่วนที่ครูถูกผู้ปกครองแจ้งความร้องทุกข์ ในส่วนของครูจุ๋ม ตนก็แนะนำให้รับสารภาพ ไม่ต้องมีข้อแก้ต่างใดๆ แต่ในส่วนที่ครูจุ๋มถูกผู้ปกครองทำร้ายร่างกายในวันแถลงข่าว เพราะเป็นสิทธิของครูจุ๋มที่จะเข้าแจ้งความดำเนินคดี 
 
 
 
โดยแนวทางการต่อสู้หลังจากนี้ ก็มีการวางแผนไว้แล้ว รวมถึงประเด็นของโรงเรียนที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพนั้น พบว่าไม่ได้มีเฉพาะโรงเรียนแห่งนี้ แต่หลายแห่งก็ไม่มี อยู่ระหว่างศึกษาเกี่ยวกับการผ่อนผันที่พบว่ามีมานาน 
 
 
 
ส่วนกรณีครูที่ถูกกล่าวหา หากคนใดความผิดชัดเจนก็ว่าไปตามกระบวนการขั้นตอน แต่ตนมองว่ามีบางคนก็ถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม อย่างกรณีการถูกกล่าวหาว่า งดเว้นไม่กระทำหน้าที่ดูแลคุ้มครองเด็กๆ ซึ่งต้องมาดูที่พยานหลักฐาน 
 
 
 
ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายโจทก์ หรือ จำเลย ล้วนแต่ต้องมีทนายความช่วยว่าความ ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคดี แม้แต่แพทย์ก็ยังต้องรักษาคนร้าย เช่นเดียวกับทนายความ ที่เมื่อมีการติดต่อมา ก็ต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่ ซึ่งตนไม่ได้รับความมาเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือ เปลี่ยนดำให้เป็นขาว เพียงแต่อะไรผิดก็ว่าไปตามพยานหลักฐาน และการที่ถูกต่อว่าในเพจเฟสบุ๊กตนไม่กลัวอะไร 
 
 
 
รวมถึงที่มีการกล่าวหาว่าตนเองรับงานเพราะต้องการเงินนั้น ไม่ใช่ปัจจัยหลัก เพราะตนมีฐานะทางการเงิน แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อทางโรงเรียนติดต่อมาแล้วตนไม่รับค่าจ้าง เพราะทนายความเอกชน ว่าความโดยไม่รับค่าจ้างไม่ได้ เพราะผิดมรรยาททนายความ ซึ่งจากกรณีที่มีทนายความหญิงออกมาบอกว่าจะว่าความให้นั้น หากไม่รับ ก็ถือว่าผิดมรรยาททนายความ
 
 
 
ด้าน ดร.พิสุทธิ์ ยงค์กมล และ ดร.สุทธิพงศ์ ยงค์กมล ผู้บริหารระดับสูงโรงเรียนในเครือสารสาสน์ กล่าวถึงเรื่องการตั้ง ทนายเดชา เป็นทนายความประจำเครือสารสาสน์เพื่อต่อสู้คดีกับผู้ปกครองนั้น ยืนยันว่าเพียงให้ทนายเดชาเข้ามาช่วยอุดรอยรั่วปมปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยครู ให้ปรึกษาข้อกฎหมาย
 
 
 
พร้อมระบุว่า “การที่มีทนายเดชาขึ้นมาเราไม่ได้ต้องการต่อสู้ โรงเรียนไม่ต้องการแก้ตัว ถ้าถูกผิดก็ว่าไปตามกระบวนการ หากมีเรื่องใดที่เป็นข้อผิดพลาด ทางโรงเรียนก็จะฟังข้อมูลจากทนายเดชาเพื่อนำไปสู่การแก้ไขต่อไป เราไม่ได้ต้องการตั้งทนายเดชา ขึ้นมาเพื่อต่อสู้คดี เพราะรู้ว่าไม่มีประโยชน์ต่อโรงเรียน และจะทำให้ปัญหาไม่จบ ที่สำคัญจะเป็นการทำร้ายเด็กนักเรียน”
 
 
 
ซึ่งประเด็นที่ทนายเดชาแล้วมาเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ทนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ออกมาโพสต์ข้อความแสดงท่าทีที่ไม่เห็นด้วย
 
 
 
ส่วนความคืบหน้าทางคดี พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รอง ผบช.ภ.1 เดินทางไปติดตามคดี ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ เนื่องจากพนักงานสอบสวนนัดครู 4 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหา คือครูแพรว ครูส้ม ครูแพร ครูอิง มีเพียงแค่ครูแพรวกับครูส้มที่เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาให้รับทราบแล้ว 
 
 
 
อย่างไรก็ตามเจาหน้าที่ได้ออกหมายเรียกเพิ่ม จาก 11 คน เป็น 13 คน เตรียมออกหมายเรียกเพิ่ม คือ ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้ กับครูอีก 1 คน  เข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ 
 
 
 
ส่วนกรณีที่คุรุสภาร้องทุกข์ต่อโรงเรียน จะมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมจากกรณีทำร้ายร่างกาย โดยจะดำเนินคดีกับผู้บริหารสถานศึกษา โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าครูไม่มีใบอนุญาต
 
 
 
 
รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wfctQacDUNw
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง