27 พ.ย. 2559
61,135 ครั้ง

สามีสาวท้องแก่ถูกยิงดับเผยทั้งน้ำตา เศร้าที่สุดในชีวิตเสียทั้งภรรยาและลูก ไม่ขอล้างแค้นแต่หวังเป็นศพสุดท้ายในพื้นที่ชายแดนใต้

     เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดควนใน ต.ควน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพ น.ส.รัตติกาล จ่าวัง อายุ 26 ปี ที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 9 เดือน เสียชีวิตทั้งแม่และลูก จากเหตุการณ์คนร้ายประกบยิงขณะกำลังซื้อข้าวเหนียวไก่ พร้อมกับ นส.สายใจ ทองดี อายุ 26 เพื่อนสาวที่ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายปัตตานี-นราธิวาส บริเวณตลาดบ้านปาลัส ม.1 ต.ควน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศเป็นไปย่างโศกเศร้า มีหัวหน้าส่วนราชการ ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และประชาชน เดินทางมากราบไหว้ศพ อย่างไม่ขาดสาย
 
     โดยในวันนี้ ทางด้าน พ.ต.อ. ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี รักษาการ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี เดินทางมาเคารพศพ วางพวงหรีด และมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ นางอังณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เดินทางมามอบเงินช่วยเหลือ และให้กำลังใจต่อครอบครัว ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของ นายปิติเลิศ ทองชูใจ สามีผู้เสียชีวิต และครอบครัว ที่ยังคงทำใจไม่ได้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
 
     ด้านปิติเลิศ ทองชูใจ สามีผู้เสียชีวิต กล่าวทั้งน้ำตาว่า เสียใจที่สุดในชีวิต ที่ต้องสูญเสียทั้งภรรยาและลูก ไม่เหลืออะไรให้กับตนเองเลย ตอนที่ทราบของตนเองอยู่ที่บ้านญาติ และมีชาวบ้านมาบอกว่ามีคนท้องถูกยิง ตนจึงรีบออกจากบ้านเพื่อมาที่ศาลาที่ภรรยากำลังทานข้าวเหนียวไก่อยู่ แต่ปรากฏว่าไม่เห็นภรรยา ตนจึงเข้าไปในบ้านเพื่อชวนตากับน้องชายไปดูที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึง เห็นภรรยานอนเสียชีวิต 
 
     แต่ที่น่าเสียใจก็คือเจ้าหน้าที่กลับไม่ยกร่างของภรรยาที่มีเด็กอยู่ในท้องไปส่งที่โรงพยาบาลทันที ปล่อยให้คนอื่นยกไปส่งที่โรงพยาบาล ตนพูดไม่ออก สมควรยกทั้ง 2 คน ส่งโรงพยาบาล ยกเพียงคนเจ็บเท่านั้น ตนกับตาและน้องตกเป็นคนยกไปส่งโรงพยาบาลด้วยตนเอง ซึ่งถ้ารีบนำตัวภรรยาของตนไปส่งที่โรงพยาบาล ทันลูกในท้องอาจจะไม่เสียชีวิต ตนรู้สึกท้อแท้มากหมดทุกสิ่งทุกอย่าง ส่วนผู้ก่อเหตุตนก็ไม่ขอล้างแค้น แต่ก็ขอให้กรรมนั้นกระทบต่อครอบครัวและญาติพี่น้องของผู้กระทำ ตนขอให้ภรรยาและลูกไปสบาย อย่าได้กังวลอะไร และขอให้ชีวิตภรรยาของตนเป็นชีวิตสุดท้ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
 
     ส่วนนางอังณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่ใช้เฉพาะในฐานะที่เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ต้องดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่ในฐานะที่เป็นผู้หญิงและเป็นแม่ รู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก ซึ่งตั่งแต่ทราบข่าวเมื่อคืนนี้ก็ได้แต่ภาวนาให้เด็กมีชีวิตรอด สุดท้ายเด็กก็ต้องเสียชีวิตไปพร้อมแม่ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนเป็นจำนวนมาก ไม่ใช้เฉพาะไทยพุทธ แต่ไทยมุสลิมก็รู้สึกเสียใจเช่นเดียวกัน ที่ผ่านมาความรุนแรงมันเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่คิดว่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก จะถูกใช้เป็นเป้าโจมตี ไม่ว่าที่ไหนในโลกนี้จะไม่มีการนำผู้หญิงและเด็กเป็นเป้าแบบนี้ ซึ่งถือว่าเรื่องร้ายแรง หวังว่าทางเจ้าหน้าที่จะสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมได้ และขอให้ผู้ที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาเป็นพยานโดยที่เจ้าหน้าที่เอง ก็ต้องคุ้มครองผู้ที่ให้เบาะแส พร้อมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาฟื้นฟู เยียวยา โดยเฉพาะการฟื้นฟูจิตใจ เพราะเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจจริง
 
     ด้าน พ.ต.อ. ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี รักษาการ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี เปิดเผยความคืบหน้าของคดีว่า ในขณะนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน เร่งนำพยานหลักฐานต่าง ๆ ทั้งพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ พยานวัตถุที่อยู่ในเกิดเหตุ พร้อมทั้งภาพจากวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ตามเส้นทางสายต่าง ๆ ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เส้นทางในการหลบหนี โดยเบื้องตนเจ้าหน้าที่พอรู้ตัวคนร้ายแล้ว ซึ่งเชื่อว่าเป็นกลุ่มที่เคยก่อเหตุในพื้นที่มาก่อน โดยในขณะนี้ยังคงรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัด เพื่ออกหมายจับคนร้ายต่อไป 
 
     ต่อมา เวลา 14.30 น. นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เดินทางเยี่ยมและติดตามอาการ นางสายใจ ทองดี อายุ 26 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บ และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจังหวัดปัตตานี โดยขณะไปเยี่ยม นางสายใจ อยู่ระหว่างทำการรักษาในห้องผ่าตัดและมีพ่อแม่ ญาติๆ เดินทางมานั่งรอด้วยความเศร้าโศกเสียใจ และยังไม่สบายใจกับอาการของลูก
 
     โดยแพทย์ได้ให้ข้อมูลแผนการรักษาว่า ยังต้องอยู่ในขั้นตรวจบาดแผลให้ละเอียด เนื่องจากกระสุนปืนที่ถูกยิงเข้าท้องได้เฉี่ยวตับ จนทำให้มีเลือดตกอยู่ในช่องท้อง และจะต้องทำการเอาเลือดเสียออก จากนั้นจะปรึกษาในระดับผู้เกี่ยวข้องว่าอาจจะส่งไปรักษาตัวให้หมอเฉพาะทางที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา (มอ.หาดใหญ่) 
 
     โดยผู้ว่าฯ ได้ให้กำลังใจและให้ทางโรงพยาบาลดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เนื่องจากมีผู้ใหญ่จากกรมการปกครอง โดยเฉพาะ รมว.กระทรวงมหาดไทยได้เน้นน้ำ กำชับเรื่องการดูแลช่วยเหลือทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างเต็มที่
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง