ครม.มีมติลับ เคาะกู้เงิน 7 แสนล้านบาท ฟื้นฟูและเยียวยาเศรษฐกิจจากพิษโควิด-19
logo ข่าวอัพเดท

ครม.มีมติลับ เคาะกู้เงิน 7 แสนล้านบาท ฟื้นฟูและเยียวยาเศรษฐกิจจากพิษโควิด-19

ข่าวอัพเดท : ครม.มีมติลับ อนุมัติให้กระทรวงการคลัง กู้เงิน 7 แสนล้านบาท เพิ่มจากวงเงินกู้เดิม 1 ล้านล้านบาท เพื่อใช้เยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 ระบ ครม,มติลับ,กู้เงิน,เยียวยา,เศรษฐกิจ,โควิด19

5,428 ครั้ง
|
19 พ.ค. 2564
ครม.มีมติลับ อนุมัติให้กระทรวงการคลัง กู้เงิน 7 แสนล้านบาท เพิ่มจากวงเงินกู้เดิม 1 ล้านล้านบาท เพื่อใช้เยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 ระบาด เน้นฟื้นฟูและเยียวยาเศรษฐกิจ
 
โดยการประชุมคณะรัฐมนตรี วานนี้ (18 พ.ค.64) ที่มี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณา วาระลับ หรือ วาระริมแดง ที่เสนอโดยกระทรวงการคลัง ขออนุมัติพระราชกำหนดเงินกู้ เพิ่มเติม จำนวน 7 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการกู้เพิ่มจากวงเงินกู้เดิมจำนวน 1 ล้านล้านบาท
 
โดยเงินกู้จำนวน 7 แสนล้านบาท ที่จะกู้เพิ่มเติม มีความจำเป็นต้องนำไปใช้เยียวยาผู้ได้รับผละกระทบจากโควิด-19 ระบาด และใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนแรกให้กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 30,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้จ่ายจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยารักษาโรค วัคซีน ปรับปรุงสถานพยาบาล และการวิจัยพัฒนาวัคซีนภายในประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดระลอกใหม่ ส่วนที่ 2 วงเงิน 400,000 ล้านบาท ให้กระทรวงการคลังนำไปใช้ช่วยเหลือ เยียวยา หรือ ชดเชยให้ประชาชน ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระบาด และส่วนที่ 3 วงเงิน 270,000 ล้านบาท ใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เพื่อรักษาระดับการจ้างงาน กระตุ้นการลงทุน และการบริโภคในประเทศ
 
ซึ่งวาระดังกล่าว คณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะก็เก็บเอกสารวาระเงินกู้ดังกล่าวทันที และหลังการประชุมโฆษกรัฐบาล หรือ คณะรัฐมนตรี ก็ไม่มีใครยืนยันหรือเปิดเผยเรื่องดังกล่าวต่อสื่อมวลชน ซึ่งคาดว่า กระทรวงการคลัง จะชี้แจงเรื่องดังกล่าว
 
ขณะที่พระราชกำหนดกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ก่อนหน้านี้ ขณะนี้ เหลือวงเงินเพียง 166,525 ล้านบาท และการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้กระทรวงการคลัง ต้องใช้วงเงินดูแลประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจอีกประมาณ 150,000 ล้านบาท จึงเหลือวงเงินคงเหลือจำนวน 16,525 ล้านบาท ทำให้กระทรวงการคลัง ต้องขอความเห็นชอบกู้เงินเพิ่มเติม