รู้จัก โรคตุ่มน้ำพอง เกิดจากอะไร
logo ข่าวอัพเดท

รู้จัก โรคตุ่มน้ำพอง เกิดจากอะไร

4,383 ครั้ง
|
22 มี.ค. 2567
            จากข่าวการสูญเสียอดีตพระเอกดัง เมฆ วินัย ไกรบุตร  ที่ป่วยด้วยโรคตุ่มน้ำพอง หรือ โรคเพมฟิกอยด์ จนต้องพักงานในวงการบันเทิง ไปรักษาตัวเป็นระยะเวลานาน และมีบางช่วงที่อาการทรุดตัว สลับกับ ดีขึ้นเป็นพัก ๆ หลายคนสงสัยว่า สาเหตุของการเกิดโรคตุ่มน้ำพอง ของ เมฆ วินัย ไกรบุตร เกิดจากอะไร สามารถรักษาได้หรือไม่ เพราะเจ้าตัวเคยบอกว่า เป็นโรคที่เกิดขึ้น 1 ใน 400,000 คน
 
         โรคตุ่มน้ำพอง มีนับสิบโรค แต่ที่พบบ่อย คือ โรคเพมฟิกัสและโรคเพมฟิกอยด์ ไม่ใช่โรคทางพันธุกรรม ไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่มีการเปลี่ยนเป็นโรคมะเร็ง สามารถรักษาให้หายขาดได้และโดยทั่วไปไม่ทำให้เสียชีวิต
 
โรคตุ่มน้ำพองเกิดจากอะไร
 
สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข อธิบายว่า โรคตุ่มน้ำพองใส (Pemphigus Vulgaris)เป็นโรคที่เกิดภูมิต้านทานต่อเซลล์ผิวหนัง และเยี่อบุผิวของตนเองทำให้เกิดการแยกตัวของเซลล์ผิวหนังหนังกำพร้าและเยื่อบุผิว ซึ่งพบได้ในผู้ป่วยอายุระหว่าง 50 ถึง 60 ปี ทั้งชายและหญิงเท่าๆกัน
 
สาเหตุของโรคตุ่มน้ำพอง
 
เป็นความผิดปกติของระบบภูมิต้านทานของร่างกายของผู้ป่วยเอง หรือ อาจเกิดจากสารเคมี ยาบางอย่างเช่น penucillamine, captopril, rifampinic, piroxicam, penicllin หรือ  ถ่ายทอดจากแม่ที่ป่วยเป็นโรคนี้ไปยังลูกที่อยู่ในท้องในช่วงที่ตั้งครรภ์
 
อาการของโรคตุ่มน้ำพอง
 
ผู้ป่วยจะมีผื่นแดงนำมาก่อน จากนั้นจะมีตุ่มน้ำพองใสขึ้นตามผิวหนังทั่วไปหรือบริเวณเยื่อบุต่าง ๆ เช่น ตา ปาก ลำคอ อวัยวะเพศ ตุ่มน้ำเหล่านี้แตกได้ง่ายทำให้เกิดแผลถลอกและตกสะเก็ด จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บ ถ้าไม่รักษาอาจลุกลามไปทั้งตัวและสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ติดเชื้อในกระแสเลือด หรือ อาจมีแผลเหมือนแผลไฟไหม้ ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
 
การรักษาโรคตุ่มน้ำพอง
 
1.การรักษาจำเพาะต่อโรค  - จำเป็นต้องใช้ยาที่ออกฤทธิ์ก ดภูมิต้านทานของร่างกาย เช่น สเตียรอยด์ (steroid) หรือ ไซโคฟอสฟามายด์ (cyclophosphamide)โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ผิวหนัง
 
2. การรักษาแบบประคับประคอง คือ การดูแผลตุ่มน้ำที่แตกออก ควรประคบทำความสะอาดแผลด้วยการใช้น้ำยาเบอโรโซลูชั่น (Burrow's Solution) หรือน้ำเกลือสะอาด
 
3.การรักษาสุขอนามัยของช่องปาก โดยแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อบ้วนน้ำยาล้างปาก รักษาตามอาการถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรียควรให้ยาปฏิชีวนะตามความไวของเชื้อ
 
          หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ ไม่ใส่เสื้อผ้ารัดคับ เพื่อลดการถลอกที่ผิวหนัง หลีกเลี่ยงแสงแดด และความเครียดซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญ การรักษาด้วยการกินยา และพบแพทย์ต่อเนื่อง จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาดำรงชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป 
 
           ส่วนระยะเวลาการรักษาโรคตุ่มน้ำพองให้หายขาดแตกต่างกันไป ผู้ป่วยบางคนใช้เวลาไม่นาน แต่บางคนใช้เวลาเป็นปี ขึ้นอยู่กับอาการของโรคตุ่มน้ำพองว่า มีอาการมากน้อยแค่ไหน หากสงสัยว่าจะเป็นโรคตุ่มน้ำพอง แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง เพื่อลดอาการแทรกซ้อน