สธ. รณรงค์ “ใช้ถุงยางอนามัยเป็นเรื่องปกติ” รับวันวาเลนไทน์ หลังเยาวชนติดโรคทางเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้น
logo ข่าวอัพเดท

สธ. รณรงค์ “ใช้ถุงยางอนามัยเป็นเรื่องปกติ” รับวันวาเลนไทน์ หลังเยาวชนติดโรคทางเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้น

ข่าวอัพเดท : กระทรวงสาธารณสุข ห่วงวัยรุ่นและเยาวชนติดโรคทางเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้น อัตราการใช้ถุงยางอนามัยต่ำ แนะเข้ารับการตรวจคัดกรองฟรี ตลอดเดือน กระทรวงสาธารณสุข,โรคทางเพศสัมพันธ์,ถุงยางอนามัย,วันวาเลนไทน์,ปลัดกระทรวงสาธารณสุข,วันแห่งความรัก,เพศสัมพันธ์,โรคเอดส์,โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์,เอชไอวี,ตั้งครรภ์,กรมควบคุมโรค,14 กุมภาพันธ์

361 ครั้ง
|
13 ก.พ. 2566
กระทรวงสาธารณสุข ห่วงวัยรุ่นและเยาวชนติดโรคทางเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้น อัตราการใช้ถุงยางอนามัยต่ำ แนะเข้ารับการตรวจคัดกรองฟรี ตลอดเดือน ก.พ. นี้ พร้อมชูแคมเปญ “Love is All Around ให้รักที่ปลอดภัยอยู่รอบตัวเรา” รณรงค์วันวาเลนไทน์ “รัก” ให้พกและใช้ถุงยางอนามัย เป็นเรื่องปกติ ใช้กับทุกคน ทุกช่องทาง
 
(13 ก.พ. 66) นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ตรงกับวันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรัก เป็นเทศกาลที่คนแสดงความรักต่อกัน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนจะให้ความสำคัญกับความรักในช่วงวันวาเลนไทน์นี้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมองว่าการมีเพศสัมพันธ์กับคู่รัก ถือเป็นการแสดงความรักในอีกรูปแบบหนึ่ง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันได้
 
กรมควบคุมโรค โดยกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จึงชูแคมเปญ “Love is All Around ให้รักที่ปลอดภัยอยู่รอบตัวเรา” เน้นย้ำให้มี “รัก” ที่ปลอดภัย “ให้พกและใช้ถุงยางอนามัย ให้เป็นเรื่องปกติ” โดยใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ กับทุกคน ทุกช่องทาง เลือกให้ถูกไซส์ ใช้ให้ถูกขั้นตอน เก็บและทิ้งให้ถูกวิธี ป้องกันได้ทั้งการติดเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการตั้งครรภ์ “ให้สื่อสารเพื่อป้องกัน ให้เป็นเรื่องปกติ” เพื่อให้เราและคู่กล้าพูดและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องการใช้ถุงยางอนามัยโดยไม่เขินอาย กล้าที่จะสื่อสารเจรจาต่อรองให้มีรักที่ปลอดภัย
 
นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน ที่มีแนวโน้มการเกิดโรคสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากข้อมูลปี 2564 พบวัยรุ่นและเยาวชนอายุ 15-24 ปี กว่า 8,000 คน ติดเชื้อโรคซิฟิลิสและหนองใน และยังพบสัดส่วนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน
 
ส่วนในปี 2565 พบวัยรุ่นและเยาวชนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อเอชไอวี ถึงร้อยละ 22.2 จากผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อเอชไอวีทั้งหมด เพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัวจากปี 2551 ที่พบร้อยละ 9.5
 
สอดคล้องกับข้อมูลอัตราการใช้ถุงยางอนามัยที่ยังคงต่ำ จากข้อมูลการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวีในปี 2562 กลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนมีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยครั้งล่าสุดที่มีเพศสัมพันธ์ เพียงร้อยละ 80.3 และการใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอทุกครั้ง ยังมีอัตราที่ต่ำมาก โดยเฉพาะการใช้ถุงยางอนามัยกับแฟนและคนรัก มีอัตราไม่ถึงร้อยละ 40 ดังนั้น จึงต้องย้ำให้มีการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ กับทุกคน ทุกช่องทาง เพื่อให้มีรักที่ปลอดภัย
 
นพ.ธเรศ กล่าวต่อว่า สนับสนุนให้วัยรุ่นและเยาวชน เข้ารับการตรวจคัดกรองเอชไอวีและซิฟิลิสแบบสมัครใจ โดยข้อมูลผู้รับบริการทั้งหมดจะถูกเก็บเป็นความลับ เจ้าหน้าที่จะให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพ ประเมินความเสี่ยง และตรวจคัดกรองหาเชื้อ โดยการเจาะเลือดที่ปลายนิ้ว ใช้เวลาเพียง 15 นาทีก็รู้ผล หากผลตรวจยืนยันเป็นบวกหรือติดเชื้อ จะได้รับการส่งต่อเข้าสู่ระบบการรักษาทันที หากผลเป็นลบหรือไม่พบการติดเชื้อ จะได้รับบริการส่งเสริมการป้องกัน เช่น ถุงยางอนามัย ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดและประเมินความเสี่ยงได้ที่ Line Official Account “Buddy Square” ID Line: @549vhjtt
 
นอกจากนี้ กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้จัดบริการตรวจคัดกรองโรคหนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส และเอชไอวี ฟรีตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ที่ศูนย์การแพทย์บางรัก กรมควบคุมโรค ชั้น 9 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2590 3291 และ 0 2286 2465

ข่าวที่เกี่ยวข้อง