คดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทย เป็นคดีที่ขยายผลต่อเนื่องมาจากคดีที่ธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้สินเชื่อเครือกฤษดามหานครโดยทุจริต ซึ่งมีการกล่าวหาว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น สั่งการให้ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกรุงไทย ปล่อยสินเชื่อให้กลุ่ม บมจ.กฤษดามหานคร ที่มีสถานะเป็น NPL (ไม่สามารถอนุมติสินเชื่อให้ได้) กว่า 1.1 หมื่นล้านบาท
โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุกอดีตกรรมการ และผู้บริหารธนาคารกรุงไทย , อดีตเจ้าหน้าที่สินเชื่อ , และผู้บริหารกลุ่ม บมจ.กฤษดามหานคร เมื่อช่วงปลายปี 2558
ซึ่งในชั้นการสอบสวน พบว่า เมื่อกลุ่ม บมจ.กฤษดามหานคร ได้สินเชื่อจากธนาคารกรุงไทยแล้ว นายวิชัย กฤษดาธานนท์ ผู้บริหารเครือกฤษดามหานครในขณะนั้น (ปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ) ได้โอนเงินบางส่วนให้บุคคลอื่นต่ออีกชั้น ในจำนวนนี้ คือ นายพานทองแท้ ชินวัตร ที่ได้รับเงินไปจำนวน 10 ล้านบาท
หลังศาลฎีกาฯมีคำพิพากษา ปปง.จึงนำเรื่องนี้มาสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม และตรวจสอบเส้นทางเงิน ก่อนสรุปว่า เงินที่โอนให้กันนั้นเป็นการฟอกเงินที่ได้จากการทุจริต (เป็นเงินตอบแทนที่ช่วยให้ได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารกรุงไทย)
ซึ่งล่าสุด ปปง.ได้ส่งสำนวนให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สอบสวนต่อ เพื่อยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีต่อไป
ขอบคุณรูปภาพจาก เฟซบุ๊ก Oak Panthongtae Shinawatra
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
+ อ่านเพิ่มเติม