logo ถกไม่เถียง

“ผช.ผู้ใหญ่บ้าน” ร้อง ถูกสลับฉี่ ป้ายสี “เสพยาบ้า” โดนไล่ไปบำบัด สุดอับอาย !

ถกไม่เถียง : "ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน" ทวงความเป็นธรรม หลัง อ้าง ถูก ปลัด สลับฉี่ กลายเป็นคน "เสพยา" ครั้นไปตรวจเอง ไม่พบสารก็ไม่เชื่อ ลั่นจะให้ลาออกอ ถกไม่เถียง,ทิน โชคกมลกิจ,ch7hd,สลับฉี่,ป้ายสี,เยี่ยวม่วง,ฉี่ม่วง,ติดยา,ยาเสพติด,เสพยา,กลั่นแกล้ง,ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน,ปลัด,แฉ,แกล้ง,ป้ายสีเสพยา,บำบัดถกไม่เถียง,ทิน โชคกมลกิจ,ch7hd,สลับฉี่,ป้ายสี,เยี่ยวม่วง,ฉี่ม่วง,ติดยา,ยาเสพติด,เสพยา,กลั่นแกล้ง,ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน,ปลัด,แฉ,แกล้ง,ป้ายสีเสพยา,บำบัด

5,073 ครั้ง
|
13 พ.ค. 2567
"ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน" ทวงความเป็นธรรม หลัง อ้าง ถูก ปลัด สลับฉี่ กลายเป็นคน "เสพยา" ครั้นไปตรวจเอง ไม่พบสารก็ไม่เชื่อ ลั่นจะให้ลาออกอย่างเดียว ขณะเดียวกัน ก็หวั่นปมโดนแกล้งประเด็นการเมือง !?
 
ถกไม่เถียง : “ผช.ผู้ใหญ่บ้าน” ร้อง ถูกสลับฉี่ ป้
 
            วันที่ 13 พ.ค. 2567 หนูจันทร์ สุวรรณา (แต่ม) ผู้เสียหาย ออกมาเล่าเรื่องราวผ่านรายการ "ถกไม่เถียง" ทางช่อง 7HD กด 35 ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ เล่าว่า เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2567 มีการประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ทางปลัดเขาจึงมีการสุ่มตรวจปัสสาวะเจ้าหน้าที่ เพื่อหาสารเสพติด ทั้งหมด 33 คน ทั้งนี้การตรวจปัสสาวะดังกล่าว ปลัดเป็นคนดำเนินการ กับทีมงานของเขาเองทั้งหมด และไม่ได้มีตำรวจอยู่เป็นพยาน หลังจากทุกคนส่งตัวอย่างปัสสาวะไปเสร็จแล้ว ปลัดได้ประกาศชื่อว่าพบสารเสพติดในปัสสาวะของตน และได้เรียกตนเองเข้าพบ ตอนนั้นตนอายมาก คนในห้องประชุมต่างมองตนเป็นตาเดียวกัน
 
            ต่อมาตนจึงได้ไปยืนยันความบริสุทธิ์ คิดว่าต้องเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกันแน่ ๆ จึงได้ขอให้เขาตรวจใหม่อีกรอบ ปลัดจึงได้นำปัสสาวะของตนไปตรวจที่โรงพยาบาล โดยที่เขาเป็นคนจัดการเอง และแจ้งกกับตนในวันเดียวกัน ว่าพบสารเสพติดในปัสสาวะของตนเช่นเดิม เช้าวันต่อมา วันที่ 8 ก.พ. 2567 ตนไม่สบายใจ จึงได้เดินทางไปตรวจเองที่โรงพยาบาลเดียวกัน ปรากฎว่า ไม่มีสารเสพติดในปัสสาวะของตน แต่พอนำหลักฐานไปให้ปลัดดู เขากลับไม่เชื่อตน กล่าวหาว่าตนเอาปัสสาวะคนอื่นมาตรวจ และหาว่าสารเสพติดในร่างกายของตนมันระเหยไปแล้ว 
 
            จากนั้นวันที่ 12 ก.พ. 2567 ปลัดได้นัดตนเข้าไปคุย เขายังคงยืนยันว่าปัสสาวะของตนมีสารเสพติด และจะดำเนินการตามกระบวนการ โดยการให้ตนเซ็นลาออก จากตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แต่ตนไม่ยอมเซ็น เพราะยืนยันว่าตนไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเลย ถามคนแถวบ้านดูเขาก็จะรู้ว่าตนเป็นอย่างไร ขนาดยาเสพติดยังไม่รู้เลยว่าเป็นอย่างไร 
 
            ต่อมาวันที่ 7 มี.ค. 2567 ปลัดพาตนไปเก็บตัวอย่างเส้นผมที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.มหาสารคาม เพื่อตรวจเพิ่มเติม แต่ไม่ทันไร วันที่ 15 มี.ค. 2567 ปลัดโทรมาบอกกับตนว่าเส้นผมไม่พอต้องเก็บเพิ่ม แต่ตนปฏิเสธ และบอกไปว่าตนจะไปตรวจเอง วันที่ 19 มี.ค. 2567 ตนจึงไปตรวจเส้นผมเองที่ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และวันที่ 26 มี.ค. 2657 ผลตรวจออกมาพบว่า ไม่มีสารเสพติด
 
            ทั้งนี้ ตนหวั่นใจว่าเรื่องนี้ตนจะถูกกลั่นแกล้ง ชนวนเหตุน่ามาจากเรื่องการเมืองท้องถิ่น เพราะสามีตนมีตำแหน่งเป็นอบต. และการเลือกตั้งสมัยหน้า สามีตนจะลงสมัครในตำแหน่งผู้บริหาร เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นการดิสเครดิต ทำให้ครอบครัวตนเองหมดความน่าเชื่อถือ
 
ถกไม่เถียง : “ผช.ผู้ใหญ่บ้าน” ร้อง ถูกสลับฉี่ ป้
 
            ฟาก คำภู สวรรณา (คำภู) สามีของผู้เสียหาย กล่าวว่า วันที่ปลัดให้ภรรยาตนเซ็นยอมรับ และลาออก ถ้าวันนั้นตนไม่ได้อยู่ด้วย แฟนตนต้องตกเป็นจำเลยสังคมอีก เพราะในเอกสารระบุว่า แฟนของตนเป็นผู้เสพ แต่ทว่าในตอนที่แฟนตรวจครั้งแรก เขาได้เซ็นไปแล้วว่าให้ไปบำบัด 
 
ถกไม่เถียง : “ผช.ผู้ใหญ่บ้าน” ร้อง ถูกสลับฉี่ ป้
 
            ด้าน ณัฐพล สุวรรณา (ณัฐ) ลูกชายของผู้เสียหาย เล่าว่า เรื่องนี้ทำให้แม่ของตน กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เครียดว่าจะโดนให้ออกจากงาน ตนจึงไปประสานงานกับปลัด แต่เขาไม่ยอม จะให้แม่ลาออกอย่างเดียว ซึ่งจริง ๆ แล้ว เงินเดือนที่แม่ได้ 6-7 พัน จากงานนี้ ตนสามารถให้แม่ลาออกได้เลย เพราะตนส่งเงินให้แม่ทุกเดือน เดือนละ 2 หมื่นบาทอยู่แล้ว แต่แม่ตนเขาชอบช่วยเหลือชาวบ้าน เขาเคยเป็น อสม. มาก่อน เขาช่วยเหลือคนมาเยอะ ตนจึงอยากฝากถึงผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย ช่วยให้ความเป็นธรรมกับแม่ของตนด้วย จึงได้ติดต่อคุณเอกภพ สายไหมต้องรอดไป 

ถกไม่เถียง : “ผช.ผู้ใหญ่บ้าน” ร้อง ถูกสลับฉี่ ป้
 
            ด้าน เอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า ปัญหาของเรื่องนี้ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เขาบอกว่า มันไม่ใช่เรื่องการลาออก เพราะ เขาสามารถลาออกได้เสมอ แต่ปัญหาคือ เขาไม่สามารถไปบำบัดยาเสพติดได้ เพราะ ถ้าเขาไป เท่ากับว่าเขาติดยาเสพติด ทั้งนี้ มันมีข้อพิรุธอยู่ ว่าวันที่ ปลัด เอาปัสสาวะของท่านผู้ช่วยไปตรวจที่โรงพยาบาล ทำไมเขาถึงไม่เอาเจ้าตัวไปด้วย กลับไปด้วยตัวเอง 
 
            อีกทั้งตนได้ประสานให้เอาท่านผู้ช่วยมาตรวจหาสารเสพติดที่เส้นผม เพราะ มันสามารถตรวจย้อนได้หลายเดือน และเป็นมาตรฐาน ซึ่งไม่พบสารเสพติดไม่ว่าจะย้อนหลังกี่เดือน ดังนั้นมันต้องคืนความเป็นธรรมให้เขา 
 
            ฟาก ชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จริง ๆ แล้ว ถ้าหากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เขาตรวจชัดเจนแล้วว่าไม่มีสารเสพติด ต้องมีการประกาศ คืนความเป็นธรรมให้เขา และต้องคืนความเป็นธรรมให้เขาโดยเร็ว เพราะเขาเสียหายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ตนได้รับเรื่องไว้แล้ว จะจัดการตามเรื่องให้ ขณะเดียวกัน ตอนนี้ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบปลัดแล้ว ว่ามีการกลั่นแกล้งเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่อย่างไร 
 
ถกไม่เถียง : “ผช.ผู้ใหญ่บ้าน” ร้อง ถูกสลับฉี่ ป้
 
            ขณะที่ สงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ให้ความเห็นว่า เคสนี้ตนไม่เข้าใจเลยว่า ปลัด จะทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ทำไม เพราะ จริง ๆ แล้วมีผลตรวจออกมาแล้วว่า ผู้เสียหายเขาไม่มีสารเสพติดอยู่ในตัว ปลัด ก็ควรจะประกาศแก้ไขให้เขา ส่วนในมุมกฎหมาย ผู้เสียหายสามารถดำเนินการทางกฎหมาย  ปลัด ได้ ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท  และยังดำเนินคดีอาญามาตรา 157 เจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่น - 2 แสนบาท
 
ติดตาม รายการ “ถกไม่เถียง” ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 17.30-18.00 น. และทุกวันเสาร์ - วันอาทิตย์ พบกับ รายการ “ถกไม่เถียง Weekend” เวลา 17.30-18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35
 


ชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/OTfZY-bbiak