logo ข่าวเย็นประเด็นร้อน

“เพื่อไทย” ตั้งรัฐบาลไม่มี “ก้าวไกล” อ้างเหตุไม่ถอยเรื่องการแก้มาตรา 112

ข่าวเย็นประเด็นร้อน : ข่าวเย็นประเด็นร้อน - เหมือนที่เรานำเสนอไปในเบรกแรก การเมืองวันนี้ มีความชัดเจนมากขึ้นแล้ว หลังจากที่พรรคเพื่อไทยและพรรคก้า ช่อง7,ช่อง7HD,CH7,CH7HD,7HD,CH7HDNEWS,ข่าว,ข่าว7,ข่าวช่อง7,ข่าววันนี้,ข่าวใหม่,ข่าวล่าสุด,ข่าวสด,ข่าวเด็ด,ข่าวด่วน,ข่าวร้อน,ข่าวไทย,ข่าวออนไลน์,ข่าวโซเชียล,ข่าวสังคม,ข่าวภูมิภาค,ข่าวเศรษฐกิจ,ข่าวการเมือง,ดูทีวีย้อนหลัง,ดูรายการย้อนหลัง,ดูย้อนหลัง,ถกไม่เถียง,ทินถกไม่เถียง,TERODigital,ข่าวเย็นประเด็นร้อน,สวิตต์ ลีละพงศ์วัฒนา,สงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์,เปรมสุดา สันติวัฒนา,ฝนฟ้าอากาศ,ทิน โชคกมลกิจ

234 ครั้ง
|
02 ส.ค. 2566
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - เหมือนที่เรานำเสนอไปในเบรกแรก การเมืองวันนี้ มีความชัดเจนมากขึ้นแล้ว หลังจากที่พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ประชุมหารือกันตั้งแต่ช่วงเช้า และเป็นที่สรุปแล้วว่า พรรคเพื่อไทยจะตั้งรัฐบาลโดยไม่มีก้าวไกล เพราะเรื่องการแก้มาตรา 112 ส่วนพรรคก้าวไกลจะไปเป็นฝ่ายค้าน
 
เพื่อไทย ตั้งรัฐบาลไม่มี ก้าวไกล อ้างเหตุไม่ถอยแก้ 112
 
การประชุมระหว่างพรรคเพื่อไทยกับก้าวไกลนั้น เริ่มตั้งแต่ช่วง 09.30 น. ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยแกนนำพรรคก้าวไกล นำโดย นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค, นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค และนายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค ซึ่งผ่านไปจนถึงช่วง 13.00 น. ก็มีกระแสข่าวออกมาว่า พรรคเพื่อไทย จะขอจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่มีพรรคก้าวไกล เนื่องจากพรรคก้าวไกล ไม่ถอยเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กระทั่งเวลา 14.20 น. ตัวแทนพรรคเพื่อไทย แถลงต่อสื่อมวลชล ประกอบด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค, นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายประเสริฐ กล่าวว่า การแถลงของพรรคเพื่อไทย วันนี้ สืบเนื่องจากช่วงเช้าเวลา 09.30 น. พรรคเพื่อไทย ได้หารือกับพรรคก้าวไกล ใช้เวลาหารือร่วม 2 ชั่วโมง และการหารือเสร็จสิ้น จากนั้นพรรคเพื่อไทย ได้แจ้งผลการหารือผลสรุปต่าง ๆ ทางโทรศัพท์ไปยังพรรคร่วมแกนนำ 8 พรรคถึงการตั้งรัฐบาลในครั้งนี้
 
ขณะที่ นพ.ชลน่าน อ่านแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยว่า เริ่มต้นใหม่ร่วมผ่าทางตันหาทางออกให้ประเทศ เนื่องจากการตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ พรรคก้าวไกลและเพื่อไทยได้จับมือร่วมกับพรรคอีก 6 พรรค รวมเสียงได้ 312 เสียง เพื่อจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ และเสนอนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้ง 8 พรรคมีข้อสรุปภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมีความเห็นอย่างชัดเจนจากพรรคเพื่อไทย ยึดมั่นในการมีสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ และไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคก้าวไกล ไม่สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนจากรัฐสภาได้ โดยมีเพียง 324 เสียง จากที่ต้องการถึง 376 เสียง ซึ่งพรรคเพื่อไทย ได้สนับสนุนพรรคก้าวไกล อย่างเต็มความสามารถ ทั้งการอภิปราย และยกมือสนับสนุน 141 เสียง แต่เนื่องจากปรากฏเงื่อนไขของพรรคการเมืองอื่น ๆ และสมาชิกวุฒิสภา ไม่ยอมรับนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล โดยพรรคก้าวไกล รับทราบท่าทีเหล่านี้ แต่ยืนยันไม่ปรับเปลี่ยนนโยบาย จึงเป็นการแน่ชัดว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล จะไม่สามารถผ่านการลงมติเห็นชอบจากรัฐสภาให้ดำรงตำแหน่งได้
 
ดังนั้น ที่ประชุม 8 พรรคร่วม จึงมีมติส่งมอบภารกิจแกนนำจัดตั้งรัฐบาลให้พรรคเพื่อไทย โดยเห็นชอบแนวทางให้พรรคเพื่อไทย หาเสียงสนับสนุนทั้งจากพรรคการเมืองนอกกลุ่มพรรคร่วมเดิม และ สว.ได้ เมื่อได้รับมอบหมายภารกิจ พรรคเพื่อไทย จึงเดินหน้าเพื่อหาเสียงสนับสนุนเพิ่มเติมทั้งจาก สว. และ สส. โดยการเชิญหลายพรรคการเมืองเข้าหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ที่ทำการพรรคเพื่อไทย และส่งตัวแทนรับฟังความคิดเห็น สว. ทั้งเป็นกลุ่มและรายบุคคล พบว่านโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ยังคงเป็นเงื่อนไขหลัก ขณะที่บางพรรคและบางคนแสดงเจตนาอย่างชัดแจ้งที่จะไม่สนับสนุนการร่วมรัฐบาลของพรรคก้าวไกลในทุกกรณี ในสถานการณ์เช่นนี้ พรรคเพื่อไทย ได้ปรึกษาหารือกับพรรคก้าวไกล ขอถอนตัวจากการร่วมมือกัน และเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลพรรคร่วมใหม่ เสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
 
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยและนายเศรษฐา ขอยืนยันชัดเจนว่า เราจะไม่สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 และการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะไม่มีพรรคก้าวไกลอยู่ในพรรคร่วม พรรคเพื่อไทยจะใช้ความพยายามรวบรวมเสียง ให้เพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเหมาะสม และพรรคก้าวไกล จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านและยืนยันจะทำงานการเมืองในมิติใหม่ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชน ในภารกิจที่สำคัญ ดังนี้
 
สำหรับการยืนยันจะทำงานการเมืองในมิติใหม่ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชน ในภารกิจที่สำคัญ ที่ นพ.ชลน่าน แถลงไว้ มี 2 ข้อดังนี้ คือ
 
1.จะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันอันเป็นต้นเหตุของความยากลำบากในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ และก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ของประเทศ โดยกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ โดยเริ่มจากมติ ครม.ในการประชุมครั้งแรก ให้มีการทำประชามติ และจัดตั้ง สสร. ให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ รัฐบาลจะคืนอำนาจให้ประชาชนได้เลือกตั้งใหม่ภายใต้กรอบกติกาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
 
2.นโยบายที่พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมได้นำเสนอต่อประชาชน ซึ่งมีความคิดเห็นสอดคล้องกัน อาทิ กฎหมายสมรสเท่าเทียม กฎหมายสุราก้าวหน้า การปฏิรูประบบราชการ ตำรวจ กองทัพ และกระบวนการยุติธรรม เปลี่ยนการเกณฑ์ทหารแบบบังคับเป็นระบบสมัครใจ ผลักดันการกระจายอำนาจทั้งในแง่ภารกิจและงบประมาณ ยกเลิกการผูกขาดและส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมในทุกอุตสาหกรรม เป็นต้น ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะผลักดันร่วมกับพรรคร่วมเพื่อให้นโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนดำเนินการได้ประสบความสำเร็จ
 
พรรคเพื่อไทย ขอแสดงความจริงใจต่อเพื่อนมิตรทุกพรรค และ สว. รวมทั้งประชาชนว่า นี่คือแนวทางที่จะรักษาสถาบันสำคัญของชาติ ให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งประเทศ และช่วยผลักดันความต้องการของประชาชน ภายใต้ข้อจำกัดและเส้นทางที่ยากลำบากนี้ไว้ได้ เพื่อให้ภารกิจนำพาประเทศพ้นวิกฤต สร้างสรรค์ประชาธิปไตย แก้ไขความขัดแย้ง คืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ปลดพันธนาการจากกลไกที่ไม่ปกติให้คืนสู่ความปกติ และใช้ประสบการณ์ และความสามารถของบุคลากรของพรรคเพื่อไทยเร่งแก้วิกฤตเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนโดยเร็ว ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ซึ่งเป็นกติกาสูงสุดจากอำนาจประชาชน
 
นอกจากนี้ ในช่วงที่อ่านแถลงการณ์จบ และนักข่าวถาม นพ.ชลน่าน ตอบคำถามเรื่องการโหวตนายกฯ วันที่ 4 สิงหาคมว่า ได้พูดคุยกับพรรคก้าวไกล เป็นเอกสิทธิ์ของพรรคก้าวไกล จะโหวตให้แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ อยู่ที่พรรคก้าวไกลเอง ส่วนเรื่องของพรรคร่วมใหม่ จะมีข่าวในวันพรุ่งนี้
 
ปฏิกิริยาจาก สส. ก้าวไกล หลัง เพื่อไทย แถลงแยกทาง
 
หลังการแถลงของพรรคเพื่อเสร็จสิ้น ก็มีปฏิกิริยาจากทางฝั่งของพรรคก้าวไกล ผ่านทางโซเชียลมีเดียหลายคน เช่น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ได้ทวีตข้อความ กำลังฟังเพลงของพี่ตั้ม สมประสงค์ครับ พร้อมแนบเพลง เฉลยตอนจบ ของตั้ม สมประสงค์ ต่อมาก็ทวีตอีกว่า ขอมือขวากันหน่อยครับทุกคน พร้อมกับแนบเพลง ไว้ใจ ของหนุ่ย อำพล ลำพูน ด้วย ส่วนนางสาวพรรณิการ์ วานิช กรรมการบริการคณะก้าวหน้า รีทวีตแถลงการณ์ของเพื่อไทย พร้อมข้อความว่า อ่านและจำทุกคำ
 
ศิธา แฉ สว. กดดัน 13 สว. ที่เคยโหวตให้ พิธา
 
ส่วน น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการอำนวยการและพัฒนา และเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคเพื่อไทย ค่อนข้างหนักมาตลอด ทวีตข้อความว่า #มันจบแล้วครับนาย
 
ก่อนหน้านั้น ช่วงก่อนเที่ยง ซึ่งเป็นช่วงที่พรรคเพื่อไทย กับก้าวไกล ยังคงหารือกัน น.ต.ศิธา ทวีตข้อความว่า ขณะที่พี่ใหญ่ฝ่ายประชาธิปไตย ยังแกว่ง ไม่กล้าตัดสินใจว่าจะรวมกับ 8 พรรคร่วมฯ ตาม MOU เดิม หรือฉีกไปใช้สูตรไขว้ข้ามขั้ว + เศรษฐา + เผด็จการ ฝ่าย สว.กลับผนึกกำลังกันเหนียวแน่น กดดันการโหวตนายก ด้วยการทำ CG ส่งทางไลน์กลุ่ม ถึง สว.13 คน ที่เคยโหวตเลือกพิธา เป็นนายกคนที่ 30 อ้างว่าเป็นคำพูดของอดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญปี 60 ว่า ท่านต้องรักษาชาติ ไม่ใช่ประชาธิปไตย ชาติต้องมาก่อน ถ้าสิ้นชาติแล้ว ประชาธิปไตย ก็ไม่มีความหมาย แล้วก็ลงชื่อ อ.มีชัย ฤชุพันธุ์
 
น.ต.ศิธา ทวีตต่อไปว่า ถ้าเป็นคำพูด อ.มีชัยฯ จริง เท่ากับเป็นประธานร่างรัฐธรรมนูญ แต่กลับมาด้อยค่าประชาธิปไตย ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ แต่ถ้าไม่จริง การที่ สว. อ้างถ้อยคำอันเป็นเท็จ ส่งกันในไลน์กลุ่มเพื่อสกัดประชาธิปไตยไม่ให้เดินหน้า ก็เป็นเรื่องใหญ่อีกเช่นกัน
 
อมรัตน์ ชี้แกนนำเพื่อไทยแถลงไม่ตรงกับวงเจรจา
 
หลังการแถลงของพรรคเพื่อไทย ที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทยมีความจำเป็นไม่ให้ก้าวไกล ร่วมจัดตั้งรัฐบาล เหตุ สว. สส. ไม่เอา เตรียมดึงพรรคร่วมกลุ่มใหม่ คาดไม่มีพรรคลุง หวังก้าวไกลยกมือให้
 
ล่าสุด นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล หรือ สส.เจี๊ยบ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ข้อความว่า ข้อมูลนี้ไม่ตรงกับที่แกนนำพรรคเพื่อไทยพูดในวงเจรจาช่วงสายของวันนี้ (2 ส.ค.) ที่ถูกต้อง คือ ในวงเจรจาแกนนำพรรคเพื่อไทยคนหนึ่งพูดว่าไม่ได้ต้องการเสียงของก้าวไกล เหตุผลเพราะถ้าก้าวไกลโหวตให้จะทำให้ 1. สว.อาจจะไม่พอใจ และ  2. สว.อาจจะระแวงได้ว่าต่อไปจะเอาก้าวไกลมาร่วมรัฐบาล จากนั้น สส.เจี๊ยบ ก็โพสต์ข้อความอีกว่า ถึงชั่วโมงที่เกรงใจ สว. มากกว่าเกรงใจประชาชน
 
ชูวิทย์ โพสต์ เตรียมแฉเพื่อชาติ ว่าที่นายกฯ ตัวสูง ๆ
 
ขณะเดียวกัน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ด่วน! ไม่มีประชุม 8 พรรคอีกแล้ว เพื่อไทยฉีก MOU จบลงด้วยการ แยกทางกัน ต่างคนต่างไป ก้าวไกล ไม่โหวต ให้เพื่อไทยในวันที่ 4 เพื่อไทยถือโอกาส ข้ามขั้ว แยกออกจากก้าวไกล เพื่อไทยจะแถลง จับขั้วใหม่ ก่อนโหวตนายกฯก้าวไกลจะเป็น ฝ่ายค้าน เพื่อไทยเป็น รัฐบาล และเสนอ เศรษฐา เป็นนายกฯ แต่ สว. จะโหวตให้หรือไม่? งานแฉเพื่อชาติครั้งสำคัญในชีวิต ความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ ของว่าที่นายกฯ ตัวสูง ๆ โปรดติดตามชูวิทย์
 
อนุทิน จี้ เพื่อไทย ต้องชัดเจนก่อนวันโหวตนายกฯ
 
ส่วนที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ ว่า ต้องดูก่อนว่าการนำเสนอเป็นอย่างไร ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใด ๆ ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทย ควรจะประกาศให้ชัดเจนว่าพรรคใดร่วมรัฐบาลบ้างใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ต้องพูดให้ชัดเจน ตรงนี้เป็นสิ่งจำเป็นว่าใครร่วมรัฐบาล ใครเป็นฝ่ายค้าน เมื่อร่วมแล้วจะต้องไม่มีนโยบายอะไรบ้าง เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจกัน ตนคุยกับหัวหน้าพรรคหลาย ๆ พรรค หลาย ๆ ท่าน ก็ยืนยันในหลักการนี้ เมื่อถามว่า ถ้ายังไม่มีความชัดเจนในวันที่ 4 สิงหาคม นี้ พรรคภูมิใจไทย ก็โหวตลำบากใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างต้องชัดเจนก่อน จะอึมครึมไปอย่างนี้ไม่ได้ ซึ่งประชาชนไม่ต้องกังวล ตนคิดว่าจะมีการแถลงความชัดเจน เพราะหากไม่แถลงจะโหวตนายกฯ อย่างไร
 
ส่วนพรรคการเมืองอื่น เช่น ประชาธิปัตย์ ที่มีกระแสข่าว สส. บางส่วนจะยกมือโหวตนายกฯ ให้แคนดิเดตจากเพื่อไทยนั้น วันนี้ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า พรรคนัดประชุม สส. ช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ ที่รัฐสภา เพื่อกำหนดท่าทีในการพิจารณาเลือกนายกฯ โดยพรรคยังไม่ได้หยิบยกเรื่องการร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองอื่นมาพูดคุยกันในพรรค เชื่อว่าหากวาระการเลือกนายกฯ ผ่านไปแล้ว และได้บุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกฯ พรรคก็จะได้พิจารณาทิศทางในทางการเมืองอีกครั้ง
 
นักกิจกรรมการเมือง บุกแจกใบปลิวตลาดเสรี 2
 
ในฟากของ สว. เอง มี สว. ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อการโหวตเลือกนายกฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ สว. เสรี สุวรรณภานนท์ อาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เมื่อวานนี้ กลุ่มนักกิจกรรมทางการเมืองอิสระ โมกหลวงริมน้ำ และ DemHope ไปทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการแจกใบปลิวที่ตลาดเสรี 2 ให้ สว. โหวตเลือกนายกฯ ตามฉันทามติประชาชน หากทำไม่ได้ให้ลาออก ไปดูคลิปที่กลุ่มนักกิจกรรม เขาไลฟ์ไว้ในเฟซบุ๊กชื่อ เก็ท สุรฤทธิ์ธำรง ช่วงที่ทำกิจกรรมในตลาดเสรี ซึ่งบางช่วงก็มีการปะทะคารมกับพนักงานที่ดูแลตลาด และมีช่วงปลาย ๆ ของกิจกรรม ที่ตำรวจสายตรวจเดินทางมาที่ตลาดด้วย
 
สว.เสรี ชี้อันธพาลแจกใบปลิว แจ้งความดำเนินคดี
 
จากนั้น สว. เสรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า อันธพาลจริง ๆ วันนี้ (ก็คือ 1 ส.ค.) เวลาประมาณ 18.00 น. กลุ่มคนร้ายจำนวน 6 คน บุกรุกไปที่ตลาดเสรี 2 หลัง โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เข้ามารบกวนการครอบครองโดยปกติสุข ด้วยการเข้ามาคุกคาม สร้างความวุ่นวาย เอาใบปลิวประกาศจับ สว.หลายคน ไปติดประกาศทั่วตลาด และไปแจกใบปลิวพูดจากับร้านค้าและลูกค้าสร้างความเดือดร้อน และสร้างความหวาดกลัว ส่วนชาวบ้าน พ่อค้า แม่ค้า เขาทำมาหากิน เขาไม่เกี่ยวข้องด้วย ตอนนี้ไปแจ้งความดำเนินคดีคนที่บุกรุกรบกวนการครอบครองโดยปกติสุข ที่ สน.วัดพระยาไกร แล้ว ทำบ้านเมืองไทยเป็นอย่างนี้ จะบริหารประเทศได้อย่างไร และต่อมา สว. เสรี ได้โพสต์อีกข้อความหนึ่ง พร้อมภาพนั่งอยู่ที่สถานีตำรวจ ข้อความว่า มาแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่มาบุกรุกตลาดเสรี 2 และติดป้ายหมิ่นประมาทแล้ว
 
ขอบคุณภาพจาก : Facebook เสรี สุวรรณภานนท์
 
ติดตาม รายการ “ข่าวเย็นประเด็นร้อน” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 15.45-18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35
 
 
ชมผ่าน YouTube https://youtu.be/6ZaKpg7okMY

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง