logo ข่าวเย็นประเด็นร้อน

ภูมิธรรม อัด ! 2 สมรภูมิ ก้าวไกล โหวตนายกฯ ควบคู่แก้ รธน.272 เหมือนมัดมือชก

ข่าวเย็นประเด็นร้อน : ข่าวเย็นประเด็นร้อน - หลังจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้ ช่อง7,ช่อง7HD,CH7,CH7HD,7HD,CH7HDNEWS,ข่าว,ข่าว7,ข่าวช่อง7,ข่าววันนี้,ข่าวใหม่,ข่าวล่าสุด,ข่าวสด,ข่าวเด็ด,ข่าวด่วน,ข่าวร้อน,ข่าวไทย,ข่าวออนไลน์,ข่าวโซเชียล,ข่าวสังคม,ข่าวภูมิภาค,ข่าวเศรษฐกิจ,ข่าวการเมือง,ดูทีวีย้อนหลัง,ดูรายการย้อนหลัง,ดูย้อนหลัง,ถกไม่เถียง,ทินถกไม่เถียง,TERODigital,ข่าวเย็นประเด็นร้อน,สวิตต์ ลีละพงศ์วัฒนา,สงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์,เปรมสุดา สันติวัฒนา,ฝนฟ้าอากาศ,ทิน โชคกมลกิจ,ช่อง7,ช่อง7HD,CH7,CH7HD,7HD,CH7HDNEWS,ข่าว,ข่าว7,ข่าวช่อง7,ข่าววันนี้,ข่าวใหม่,ข่าวล่าสุด,ข่าวสด,ข่าวเด็ด,ข่าวด่วน,ข่าวร้อน,ข่าวไทย,ข่าวออนไลน์,ข่าวโซเชียล,ข่าวสังคม,ข่าวภูมิภาค,ข่าวเศรษฐกิจ,ข่าวการเมือง,ดูทีวีย้อนหลัง,ดูรายการย้อนหลัง,ดูย้อนหลัง,ถกไม่เถียง,ทินถกไม่เถียง,TERODigital,ข่าวเย็นประเด็นร้อน,สวิตต์ ลีละพงศ์วัฒนา,สงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์,เปรมสุดา สันติวัฒนา,ฝนฟ้าอากาศ,ทิน โชคกมลกิจ

316 ครั้ง
|
17 ก.ค. 2566
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - หลังจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ออกมาประกาศต่อสู้ 2 สมรภูมิ หากก้าวไกลตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ พร้อมเปิดทางให้เพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จากนั้น ก้าวไกล เผยแพร่ผัง 2 สมรภูมิ คือ สมรภูมิโหวตนายกฯ และสมรภูมิแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 ซึ่งทำให้เกิดความเห็นจากแกนนำพรรคเพื่อไทยออกมาในเชิงที่ไม่เห็นด้วยกับ พรรคก้าวไกล ว่าเหมือนกับการมัดมือชก
 
ผัง 2 สมรภูมิ ก้าวไกล โหวตนายกฯ ควบคู่แก้ รธน.272
 
ย้อนกลับไปดู 2 สมรภูมิ ของพรรคก้าวไกล ที่เผยแพร่ออกมา หลังจากที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ประกาศออกมาเมื่อวันเสาร์ว่า สมรภูมิแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 ตัดอำนาจ สว. จะควบคู่กับสมรภูมิโหวตนายกฯ ซึ่งถ้าก้าวไกลตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ พร้อมเปิดทางให้เพื่อไทย จัดตั้งรัฐบาล ภายใต้ MOU 8 พรรค ที่มีร่วมกัน
 
โดยผังสมรภูมิคู่ขนาน จะเห็นว่า หากโหวตนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 ไม่ผ่าน แต่มีเสียงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็จะยังมีการโหวตนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 3 และคู่ขนานกันไป ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม ถ้าโหวตยกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ผ่าน ก็จะโหวตนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 3 ภายในเดือนกันยายน ซึ่งทั้ง 2 ทางคู่ขนานนี้ จะมี นายพิธา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าโหวตยกเลิกรัฐธรรมนูญ 272 ไม่ผ่าน พรรคก้าวไกล จะเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลแทน
 
ภูมิธรรม อัด 2 สมรภูมิ ก้าวไกล เหมือนมัดมือชก
 
หลังจาก นายพิธา ประกาศออกมา และพรรคก้าวไกล เผยแพร่ผัง 2 สมรภูมิ ก็มีความเคลื่อนไหวของแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่เห็นต่างจากพรรคก้าวไกล ตั้งแต่วันเสาร์เรื่อยมา จนล่าสุดวันนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และเป็นหนึ่งในทีมเจรจาของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่าสิ่งดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะการเปิดสมรภูมิใหม่ของพรรคก้าวไกล เป็นการเสนอประเด็นที่อยู่นอกเหนือ MOU ที่ 8 พรรค เซ็นร่วมกัน การเสนอเรื่องนี้และบอกว่า จะต่อสู้จนกว่าจะประสบความสำเร็จ จนไม่สามารถไปได้แล้ว แล้วจะมอบอำนาจให้กับพรรคอันดับ 2 การพูดเช่นนี้ฟังดูดี แต่ทั้ง 2 ประเด็น ยากลำบาก และไม่มีกรอบเวลาชัดเจน การแก้ไขมาตรา 272 เคยพูดแล้วว่า เป็นได้เพียงสัญลักษณ์ ไม่ได้รับชัยชนะ แต่การเร่งตั้งรัฐบาล จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามที่ พรรคเพื่อไทย เสนอเป็นนโยบายไว้ว่า จะแก้ทั้งระบบ นี่ถือเป็นวาระสำคัญ
 
การเปิดวาระใหม่ของพรรคก้าวไกล เป็นการเสนอนอกเหนือ MOU เห็นว่าการที่ นายพิธา และพรรคก้าวไกล นำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อสาธารณชน คิดว่าไม่ใช่วาระของทั้ง 2 พรรค ตกลงกันว่าจะกลับไปคุยในพรรคตัวเอง แต่ที่ นายพิธา ออกมาพูดเช่นนี้ เหมือนเป็นการมัดมือชก จึงจำเป็นต้องออกมาพูดความจำเป็น และความเป็นจริงให้ทราบ
 
นายภูมิธรรม ยืนยันว่า สิ่งที่ตนพูด ไม่ใช่ความขัดแย้ง หรือโกรธกัน แต่การพบกันวันนี้ จะเสนอความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า วาระประเทศและวาระประชาชนคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่วาระของพรรคก้าวไกล หรือวาระของ นายพิธา พรรคเพื่อไทย ขอให้เอาวาระประชาชนเป็นที่ตั้งแล้วหาทางออกร่วมกันอย่างรวดเร็ว เพราะห่วงโรคแทรกซ้อน หากรัฐบาลเดิมจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย จะสู้เขาไม่ได้เพราะเขามี 188 เสียง และ สว. อีก 250 เสียง สามารถตั้งรัฐบาลได้เลย ต้องอยู่กับลุงไปอีก 4 ปี ประชาชนยินดีเช่นนั้นหรือไม่ ถ้าไม่ยินดีก็ต้องหาทางออก
 
พรรคเพื่อไทย ไม่มีแผนสำรอง มีแผนแรกแผนเดียว คือร่วมกับ 8 พรรค จัดตั้งรัฐบาล และสนับสนุน นายพิธา สิ่งที่ พรรคเพื่อไทย เสนอคือ เอาประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ยังไม่ใช่ประเด็นตอนนี้ สิ่งสำคัญต้องอยู่ที่เงื่อนไขของ พรรคก้าวไกล  ว่าจะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จได้อย่างไร
 
นายภูมิธรรม ระบุ เรื่องนี้ไม่ใช่ดรามา พระเอก นางเอก แต่เป็นเรื่องจริง เดิมพันด้วยปัญหาประเทศชาติและประชาชน เรามีจุดยืนชัดเจนต้องการให้ประชาธิปไตยเดินหน้า และมีความสามัคคีร่วมกัน ไม่ใช่อิงที่พรรคใด วันนี้อาจมีรถทัวร์ลง แต่เรายืนอบู่บนความเป็นจริง และต้องการให้ฝั่งประชาธิปไตยประสบความสำเร็จ
 
เศรษฐา พร้อมเป็นนายกฯ ชี้สถานการณ์บีบให้ต้องรีบตั้งรัฐบาล
 
ขณะที่ นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมประชุมภายในของพรรคเพื่อไทย ถึงแนวทางการโหวตนายกรัฐมนตรี รอบที่ 2 ระบุว่า ต้องฟังการประชุมร่วมระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล ในเวลา 17.00 น. อย่างไรก็ตาม ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้รวบรวมข้อมูลจากคณะทำงานเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ 12 คณะ ของพรรคเพื่อไทย และก้าวไกล พบว่ามีปัญหาเศรษฐกิจหลายด้านที่ต้องรีบจัดการ สถานการณ์บีบบังคับให้ต้องรีบจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วที่สุด
 
เมื่อถามว่าหากสูตรจัดตั้งรัฐบาลไม่มีพรรคก้าวไกล พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ยังไม่มีการพูดคุยกัน และ นายภูมิธรรม ได้ชี้แจง หากมีความเห็นแตกต่างกันใน 8 พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งคณะกรรมการบริหาร ก็ต้องกลับมาพูดคุยกัน เพราะพรรคมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ถึง 3 คน ดังนั้นต้องให้เกียรติกรรมการบริหารพรรค คงไม่ก้าวล่วง ส่วนเรื่องความพร้อมในการเป็นนายกฯ หากไม่พร้อมก็คงไม่มีชื่อตนเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย
 
เมื่อถามย้ำว่า หากสมการตั้งรัฐบาลมีพรรคอื่นเข้ามานอกเหนือจาก 8 พรรคร่วมรัฐบาล เช่น พรรคพลังประชารัฐ พร้อมจะรับนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องนี้ยังเร็วเกินไป วันนี้เป็นเรื่องของ 8 พรรคร่วมรัฐบาลก่อน หากเกิดมีความเห็นแตกต่างใน 8 พรรค ก็ต้องกลับไปคุยในพรรคตัวเอง ตนเล่นกีฬาเป็นทีม กรรมการบริหารพรรค มีความเห็นอย่างไร ก็พร้อมปฏิบัติตาม
 
วราวุธ เผย เสรีพิศุทธ์ ต่อสายชวนร่วมรัฐบาล พิธา
 
นอกจากประเด็นเรื่อง 2 สมรภูมิ ที่ทาง พรรคเพื่อไทย ไม่เห็นด้วยกับ พรรคก้าวไกล ยังมีประเด็นเรื่องที่มีการต่อสายข้ามขั้ว เพื่อขอเสียงมาโหวตให้ นายพิธา ด้วย ซึ่งเรื่องนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวออนไลน์ 7HD ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้โทรไปหาเมื่อวานนี้ คือวันที่ 16 กรกฎาคม อ้างว่าทาง พรรคก้าวไกล ให้ทาบทามขอเสียงให้โหวตให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี และชวนเพื่อไปร่วมรัฐบาล ซึ่งก็ขอขอบคุณ แต่เรื่องนี้จะต้องหารือกับผู้ใหญ่ของพรรค ถึงจุดยืนและแนวทาง คงไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวคนเดียวได้ ซึ่งตนก็ได้แจ้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่ายังให้คำตอบทันทีทันใดไม่ได้ และเมื่อได้คุยกันแล้ว จะติดต่อกลับไป ทั้งนี้ พรรคยังมีจุดยืนเดิม คือ ไม่แตะต้องเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 และเชิดชู เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
 
ทั้งนี้ ไม่ว่า พรรคชาติไทยพัฒนา จะตัดสินใจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีรอบ 2 อย่างไร ก็ไม่กังวลจะโดนทัวร์ลงเหมือน สว. เพราะโดนทัวร์ลงมาเยอะแล้ว และเข้าใจดีว่าการโดนทัวร์ลงนั้นเป็นความคิดเห็นของคนกลุ่มหนึ่ง แต่ในเมืองไทยความคิดเห็นของแต่ละกลุ่มคนก็หลากหลาย ต้องเคารพแนวทางที่แตกต่าง นั่นเป็นวิถีของประชาธิปไตย ไม่ใช่จะต้องเห็นเหมือนกันหมด และไม่ใช่ว่าจะบังคับให้ใครคิดแบบเดียวกันหมด
 
ซึ่งเรื่องนี้ เป็นที่เปิดเผยจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ด้วยว่า ทาง พรรคก้าวไกล ได้ไหว้วานขอให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ติดต่อพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อขอเสียงสนับสนุนให้พรรคก้าวไกล มีเสียงเพียงพอ แต่ยังรอคำตอบอยู่
 
เรืองไกร ร้อง ประธานรัฐสภา สอบ พิธา
 
ส่วนเส้นทางของ นายพิธา ที่ต้องเผชิญกับเรื่องร้องเรียน ก็ยังไม่จบ เมื่อ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้ร้องให้ประธานรัฐสภา สอบนาย พิธา ว่าเป็นบุคคลตามรัฐธรรมนูญ ม. 89 วรรคสอง หรือไม่ หลัง ถูก กกต.ชี้ สถานะ สส. สิ้นสุด ส่งผลให้การเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ต้องสิ้นสุดลงด้วยหรือไม่ โดย นายเรืองไกร กล่าวว่า กรณี กกต. เห็นว่า สมาชิกภาพของ นายพิธา สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ จึงส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ย่อมส่งผลถึง นายพิธา ในฐานะเป็นบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ด้วย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 89 วรรคหนึ่ง (2) ที่บัญญัติบังคับไว้ว่า การเสนอชื่อบุคคลใดที่มิได้เป็นไปตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าไม่มีการเสนอชื่อบุคคลนั้น
 
ดังนั้น จึงมีเหตุต้องส่งหนังสือถึงประธานรัฐสภา เพื่อตรวจสอบ ตามหน้าที่และอำนาจ เพราะผลของรัฐธรรมนูญ มาตรา 89 วรรคสอง จึงต้องถือว่าไม่มีการเสนอชื่อ นายพิธา ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง
 
ดังนั้น การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวันพุธที่ 19 กรกฎาคม ประธานรัฐสภา ย่อมไม่อาจปล่อยให้สมาชิกรัฐสภา เสนอชื่อ นายพิธา ได้อีกต่อไป
 
สว. ตั้งป้อมไม่เอา พิธา
 
ในส่วนของ สว. เอง เป็นด่านที่หินอีกด่านหนึ่งของนายพิธา โดยนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ หนึ่งใน สว. เห็นว่า หากพรรคอันดับ 2 จะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ก็จะต้องไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลด้วย เพราะ สว. ไม่ยอมรับนโยบายของพรรคก้าวไกลในหลายเรื่อง ดังนั้น หากพรรคอันดับ 2 ยอมรับในเงื่อนไขนี้ สว. ก็พร้อมโหวตให้ ไม่ว่าจะเสนอชื่อใครเป็นนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกัน จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หาก นายพิธา ยอมถอยออกไป ก็เชื่อว่าสถานการณ์จะเบาบางลง
 
ส่วน นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว.อีกคน บอกว่า การเสนอชื่อนายกฯ รอบที่ 2 วันที่ 19 กรกฎาคมนี้ ในวาระดังกล่าว ถ้าเสนอชื่อ นายพิธา มาแล้วจะพิจารณาอย่างไร ในส่วนของการเสนอชื่อซ้ำ รัฐธรรมนูญมาตรา 272 ระบุไว้ว่า หากมีการพิจารณาไม่เห็นชอบไปแล้ว การเสนอญัตตินั้นอีกรอบจะเสนอไม่ได้แล้ว ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41 ส่วนจะเห็นเป็นอย่างอื่นอย่างไร คงต้องอภิปรายกันในสภา ส่วนตัวเห็นว่าต้องทำตามมาตรา 88 คือ พรรคการเมืองที่เสนอบัญชีรายชื่อของพรรคมาแล้ว ต้องเสนอให้ครบถ้วน ถ้าไม่มีทางออกที่จะเลือกนายกรัฐมนตรีได้คือ ต้องใช้แนวทางสอง คือ ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา แต่ในชั้นต้นให้แต่ละพรรคการเมืองเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีตามแต่ละพรรคที่ลงกับ กกต. ไว้แล้ว
 
ภูมิธรรม แจง กระแสแจกกล้วยซื้อ สส.งูเห่า 50-60 คน
 
ทิ้งท้ายกันอีกเรื่อง ซึ่งเป็นกระแสข่าวที่มาจาก 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเอง เมื่อนาย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยเองว่า มีข่าวลือมากมาย เรื่องการแจกกล้วยซื้อตัว สส. งูเห่า 50-60 คน ซึ่งต่อมา นายภูมิธรรม ชี้แจงว่าได้ยินเรื่องนี้มา แม้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าความจริงคืออะไร แต่ถ้าเป็นจริงจะทำให้เสียหายต่อการเมือง ในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็ได้ยินมาว่ามี 20-30 คน ของพรรคก้าวไกลก็ 20-30 คนเช่นกัน จึงได้เสนอก้าวไกลไปให้ตรวจสอบคนของตัวเอง เพราะประวัติศาสตร์การเมืองเรื่องการแจกกล้วย งูเห่า เคยเกิดขึ้นแล้ว จึงเสนอเพื่อให้ระมัดระวังป้องกัน ไม่ได้พูดเพื่อโจมตีกัน เพราะเชื่อในเกียรติของ สส. พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ว่ามีเกียรติยศ ศักดิ์ศรีของตัวเองในการยึดมั่นในคำมั่นที่ให้ไว้กับประชาชน
 
ขณะที่ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการออกมาพูดของ นายภูมิธรรม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีการซื้องูเห่ากว่า 50 ตัว จากพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ตนไม่ทราบว่าได้ข้อมูลมาจากไหน ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่าในส่วนของพรรคก้าวไกล 151 คน มีการพูดคุยกับ สส. ของพรรคทั้งหมดแล้ว ว่าไม่มีการติดต่อพูดคุยอย่างแน่นอน ตนเชื่อว่าคนที่เข้ามาเป็นตัวแทนของประชาชนในนามพรรคก้าวไกล ได้เห็นแล้วว่างูเห่าในอดีตเกิดอะไรขึ้นบ้าง คนที่เข้ามาเป็น สส. ในครั้งนี้ ได้เห็นบทลงโทษ ว่าประชาชนลงโทษงูเห่าอย่างไร และในพรรคก้าวไกล มีหลักการในเรื่องนี้ สมาชิกทุกคนได้ผ่านกระบวนการคัดกรองอย่างเข้มข้น ผ่านด่านการเลือกตั้งจากประชาชนมาแล้ว ต้องสอบถามผู้ที่ให้ข่าว หากมีข้อมูลเพิ่มเติมต้องชี้แจงให้กับประชาชนรับทราบได้ และตามกันต่อว่าเป็นใคร
 
ติดตาม รายการ “ข่าวเย็นประเด็นร้อน” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 15.45-18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35
 
 
ชมผ่าน YouTube https://youtu.be/aSj_pHwWFFo

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง