logo เงินทองของจริง

รู้เรื่อง บัญชีธนาคาร ออมทรัพย์-ฝากประจำ-ปลอดภาษี แต่ละแบบมีดีอย่างไร ? | เงินทองของจริง

เงินทองของจริง : เรื่องใกล้ตัวที่สุด แต่หลายคนยังไม่รู้ "บัญชีธนาคาร" มีอยู่หลายรูปแบบ แล้วทำไมต้องมีให้เลือกเยอะ บัญชีแต่ละประเภทมีประโยชน์อย่าง โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์,กาย สวิตต์ ลีละพงศ์วัฒนา,แพรว-ภัทรนันท์ ประยูรวงค์,เงินทองของจริง,เงินทองของจริง ช่อง 7,เงินทองของจริง 7HD,Money Coach,โค้ชหนุ่ม Money Coach,เศรษฐกิจ,การลงทุน,การเงิน,การออม,ออมเงิน,ข่าวการเงิน,ข่าว,ข่าวเศรษฐกิจ,CH7HDNEWS,TERO Digital,เงินเก็บ,เงินออม,เรียนจบใหม่,สอนลงทุน,สอนออมเงิน,ลงทุน,ลงทุนกองทุน,เด็กจบใหม่,สอนเก็บเงิน,ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ,ฟื้นฟูหลังการรักษา,ตัวช่วของคนทำงาน

762 ครั้ง
|
05 พ.ค. 2566
เรื่องใกล้ตัวที่สุด แต่หลายคนยังไม่รู้ "บัญชีธนาคาร" มีอยู่หลายรูปแบบ แล้วทำไมต้องมีให้เลือกเยอะ บัญชีแต่ละประเภทมีประโยชน์อย่างไร เหมาะกับการฝากเงินแบบไหนบ้าง ?

เริ่มต้นด้วยบัญชีทั่วไปที่เรา ๆ ใช้งานกันอยู่ อย่าง "บัญชีออมทรัพย์" เป็นบัญชีที่สามารถฝากหรือถอนเมื่อไรก็ได้ ได้ดอกเบี้ย 2 ครั้งต่อปี แต่เป็นดอกเบี้ยจำนวนน้อยมาก ซึ่งน้อยกว่าบัญชีเงินฝากประเภทอื่น ๆ ทั้งหมด

อีกแบบหนึ่งสำหรับใครที่ต้องการเก็บเงิน โดยได้อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีออมทรัพย์อยู่เล็กน้อย คือ "บัญชีฝากประจำ" หรือ Fixed Deposit Account ซึ่งการฝากประจำนั้น ผู้ฝากจะฝากเงินจำนวนนี้ไว้โดยไม่ถอนเลยในช่วงเวลสที่ตกลงกันไว้ เช่น 3 6 12 24 เดือน หรือมากกว่านี้ก็ได้ โดยดอกเบี้ยให้ในอัตราที่ตกลงกันไว้ ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของบัญชีออมทรัพย์ แต่หากผิดเงื่อไข เช่น กรณีที่ฝากไม่ครบ ทางธนาคารก็จะจ่ายดอกเบี้ยให้ในอัตราบัญชีออมทรัพย์แทน ซึ่งในปัจจุบัน บัญชีฝากประจำ มีอยู่ 2 ประเภท คือ

1. บัญชีฝากประจำแบบทั่วไป เป็นบัญชีเงินฝากประจำที่เราสามารถกำหนดระยะเวลาการฝากได้

2. บัญชีฝากประจำแบบระยะยาว เป็นลักษณะการนำเงินฝากของเราไปค้ำประกัน ซึ่งอาจจะเป็นการค้ำประกันเงินกู้ หรือสินเชื่อต่าง ๆ เพราะบางคนไม่มีหลักทรัพย์ชิ้นใหญ่อย่างเช่น ที่ดิน บ้าน จึงใช้เงินฝากเข้าช่วย ซึ่งได้ดอกเบี้ยตามปกติ แต่ไม่สามารถถอนได้ก่อนกำหนด

"บัญชีเงินฝากแบบปลอดภาษี" เพราะดอกเบี้ยถือว่าเป็นรายได้ประเภทหนึ่ง ดังนั้นบัญชีเงินฝากของเราจะต้องเสียภาษีด้วย โดยหากเป็นบัญชีออมทรัพย์ จะต้องเสียภาษีต่อเมื่อได้ดอกเบี้ยเกิน 20,000 บาทขึ้นไป แต่หากเป็นบัญชีฝากประจำ จะต้องเสียภาษี 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ และการที่ต้องเสียภาษีเหล่านี้ จึงทำให้บัญชีเงินฝากแบบปลอดภาษีเป็นสิ่งที่น่าจูงใจมาก โดยเป็นบัญชีลักษณะฝากประจำ ซึ่งมีให้เลือกฝากตั้งแต่ 24 36 และ 48 เดือน ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ของแต่ละธนาคาร และมีเงื่อนไขสำคัญ คือ จะต้องฝากเงินเดือนละเท่า ๆ กันทุกเดือน ดังนั้น ผู้ฝากจะต้องกำหนดตัวเลขให้ดี ไม่มากจนเกินไปเพื่อให้ฝากได้ต่อเนื่องโดยไม่เกิดปัญหา และหากฝากจนครบตามเงื่อนไขทั้งหมด ในส่วนของดอกเบี้ยที่ได้รับจะไม่ถูกนำมาคำนวณภาษีเลย

นอกจากนี้ "บัญชีเงินฝากแบบปลอดภาษี" ยังมีเงื่อนไขสำหรับเจ้าของบัญชี ดังนี้

- 1 คน สามารถเปิดได้เพียง 1 บัญชีเท่านั้น

- ฝากขั้นต่ำ 500-1,000 บาท/เดือน สูงสุดไม่เกิน 16,500-25,000 บาท/เดือน

- ต้องฝากเงินจำนวนเท่า ๆ กัน มากหรือน้อยกว่าที่กำหนดไม่ได้ เดือนละ 1 ครั้ง

- ขาดฝากเกิน 2 ครั้ง จะไม่ได้รับดอกเบี้ยตามเงื่อนไข

- ถอนหรือปิดบัญชีก่อน 3 เดือน จะไม่ได้รับดอกเบี้ย (ตามเงื่อนไขแต่ละธนาคาร)

- ไม่สามารถถอนก่อนครบกำหนดได้ หากถอนก่อนครบกำหนดต้องปิดบัญชีเท่านั้น (ตามเงื่อนไขแต่ละธนาคาร)

- จะได้รับดอกเบี้ยเมื่อฝากครบเวลาที่กำหนด

บัญชีเงินฝากแบบปลอดภาษี นอกจากจะได้ประโยชน์จากการไม่นำดอกเบี้ยไปคิดภาษีแล้ว ยังเป็นการฝึกวินัยการออมให้กับตัวเราด้วย สำหรับใครที่สนใจ แนะนำให้ลองฝากขั้นต่ำ 500-1,000 บาทก่อนก็ทำได้ เมื่อครบกำหนดก็สามารถทำให้เรามีเงินก้อนไว้ต่อยอดทำอะไรได้หลายอย่าง สุดท้าย ทิ้งไว้ให้คิด "เริ่มวันนี้ไม่ถือว่าสาย แต่ไม่เริ่มเลยเท่ากับหมดโอกาส"
 
พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "กาย สวิตต์" ได้ใน สนามข่าว 7 สี ช่วง "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.05-9.15 น. ทางช่อง 7HD กด 35
และรับชมออนไลน์ ผ่าน YouTube: TERO Digital ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.35 น.
 
 
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ : https://www.youtube.com/live/AsM5eKtii0I?feature=share

ข่าวที่เกี่ยวข้อง