23 ก.พ. 2564
1,105 ครั้ง

สรุปดราม่าอาม่า vs เพื่อนบ้าน ตบฟันร่วง สารพัดเรื่องแฉ สู่โป๊ะในโป๊ะ สรุปใครแสบกว่ากัน?

“เพื่อนบ้าน” ปัญหาโลกแตกที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน บางรายก็สามารถพูดคุยจบเรื่องกันได้ แต่บางครั้งก็เกิดการทะเลาะวิวาทจนกลายเป็นข่าวใหญ่โตอย่างข่าวนี้ เมื่ออาม่าถูกเพื่อนบ้านกระทืบฟันร่วงเกือบหมดปาก มีรอยฟกช้ำทั่วตัว แจ้นร้องศูนย์ดำรงธรรม แฉยับปมก่อเหตุ จนกลายเป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ ทว่าล่าสุดมีเค้าคดีพลิก Tero News จึงสรุปม้วนเดียว ครบ จบทุกประเด็น ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ไปดู!

 

 

22 ก.พ. 64 นางเนาวรัตน์ องค์วัฒนะพัฒน์ อายุ 75 ปี อาม่าผู้เสียหายพร้อมนายวรวิทย์ จารุรัตนาภรณ์ อายุ 47 ปี ผู้เป็นลูกชาย ได้เดินทางเข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนนทบุรี อ้างว่าถูกคู่กรณี นางนันทพัธท์ สดมุ้ย เจ้าของร้านซ่อม-ตกแต่งรถจักรยานยนต์ ซึ่งอยู่ตึกข้างกัน ทำร้ายร่างกายด้วยการกระหน่ำชกตบเข้าที่ใบหน้า รวมทั้งเตะเข้าที่ลำตัวจนล้มลงไปกองกับพื้น ปรากฎรอยฟกช้ำทั่วร่างกายและฟันร่วงเกือบหมดปาก ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 64 หลังเข้ารับการรักษาตัวแล้วได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์

 

นายวรวิทย์ เล่าว่า ตนและครอบครัวได้ซื้อตึกและอาศัยอยู่ที่นี่มานานกว่า 20 ปีแล้ว กระทั่งคู่กรณีมาซื้อตึกข้างกันเปิดเป็นร้านซ่อมและตกแต่งรถจักรยานยนต์ ซึ่งสร้างเสียงรบกวนจากการซ่อมรถและลองเครื่องยนต์ รวมทั้งยังนั่งกินเหล้าเปิดเพลงเคาะขวดกันตั้งแต่หัวค่ำไปถึง 01.00-02.00 น. เป็นประจำ จนไม่ได้หลับได้นอน ทำให้มีปากเสียงกันเรื่อยมา กระทั่งเรื่องราวเริ่มหนักข้อเกิดการทะเลาะกัน ถึงขั้นมีคลิปสามีของคู่กรณีซึ่งเป็นทหารใช้ปืนขู่จะยิงอาม่าถึงหน้าบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อปี 62 มีคลิปที่นางนันทพัธท์ได้ทำร้ายร่างกายตบอาม่าจนฟันร่วงมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งอาม่าก็ยืนยันว่าตนเองไม่เคยไปหาเรื่องคู่กรณีก่อนแต่อย่างใด

 

 

ทว่าเรื่องราวดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อคู่กรณีออกมาแฉพฤติกรรมของอาม่าว่า เป็นมนุษย์ป้าชอบหาเรื่องครอบครัวของตน โดยนางนันทพัธท์ได้นำคลิปภาพวงจรปิดที่อาม่าแอบนำถุงขยะ ซึ่งเป็นเศษอาหารเน่าเหม็น บางครั้งมีถุงใส่อุจจาระมาเททิ้งหน้าบ้านหลายต่อหลายครั้ง ส่วนเรื่องเสียงดังรบกวนก็ยอมรับว่ามีบ้าง ซึ่งตนก็แก้ไขด้วยการขยับลงไปลองเครื่องบนท้องถนน แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของอาม่า โดยอาม่าก็จะคอยหาเรื่องต่อว่าตนและครอบครัวให้เสื่อมเสียถึงบรรพบุรุษอยู่เสมอ ไม่เพียงเท่านั้นอาม่ายังตระเวนไปร้องเรียนเจ้าหน้าที่ว่าร้านของตนส่งเสียงดัง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบตนก็มีเอกสารยืนยันว่าร้านเปิดถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

 

 

ด้าน นางรุจรี (ขอสงวนนามสกุล) เพื่อนบ้านของอาม่าและคู่กรณี เล่าว่า อาม่าชอบมาหาเรื่องที่ร้านบ่อยมาก ครั้งหนึ่งเคยเปิดน้ำทิ้งจนท่วมไหลมาบ้านของตน เอาขยะมาโยนทิ้ง ให้เอาป้ายร้านออกและเอาหลังคาออก และห้ามจอดรถ บางครั้งเวลาอาม่าอารมณ์เสียอาม่าก็จะมาด่าตนยันบรรพบุรุษ และอาม่าจะใช้วิธีการร้องเรียนอย่างเดียว ซึ่งพฤติกรรมอาม่าชอบหาเรื่องคนอื่นและไม่เอาใคร ไม่พึ่งพาอาศัยกันมีแต่จะหาเรื่องทะเลาะ บางครั้งเรื่องเล็ก ๆ ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่โต

 

 

ต่อมา เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงมาดูพื้นที่และความเสียหายที่อาม่าได้รับ และจะให้อาม่าไปแจ้งกับทางเทศบาลกับเรื่องเสียงที่รบกวน เบื้องต้นสภาพจิตใจของอาม่าเข้มแข็ง และมองเป็นเรื่องปกติเพราะเคยร้องเรียนไปหลายรอบแล้ว ซึ่งหน่วยงานอยากให้ทางเทศบาลลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการส่งเสียงดังต่อไป

 

ล่าสุด อาม่าพร้อมลูกชาย คู่กรณี และทนายได้ออกรายการโหนกระแส ซึ่งมีหนุ่ม กรรชัยเป็นพิธีกร ซึ่งอาม่ายืนยันว่า ไม่เคยด่าว่าคู่กรณี แม้แต่คุยยังไม่เคยคุยกันเลย และยังยืนยันว่าไม่เคยเอาขยะไปทิ้งหน้าบ้านคู่กรณีแต่อย่างใด แต่พอคู่กรณีเห็นหน้าก็เข้ามาหาเรื่อง เข้ามาซ้อมจนไม่สามารถออกจากบ้านได้ ต้องให้ลูกชายออกไปส่งขึ้นรถทุกวัน ซึ่งคาดว่าสาเหตุมาจากการที่อาม่าไปร้องเรียนหน่วยงานภาครัฐให้เข้ามาดูแลเรื่องเสียงดัง จนเป็นการผูกใจเจ็บเกิดการทำร้ายร่างกาย

 

 

ด้านนางนันทพันธ์ ก็เล่าสวนทางกันว่า อาม่ามักจะด่าทอตนเสียหาย บางครั้งถึงขั้นกล่าวหาว่าตนเองแอบไปมีอะไรกับลูกน้องซึ่งตนได้อัดคลิปเสียงเอาไว้อีกด้วย โดยเหตุการณ์วันที่ 2 ก.พ. ที่เกิดเหตุนั้น เนื่องจากตนทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของอาม่า จึงต้องการจะพาอาม่าไปโรงพักด้วยกันเพื่อจบเรื่อง แต่อาม่าก็ด่าทอยั่วยุ จึงบันดาลโทสะพลั้งมือทำร้ายร่างกายอาม่า แต่ว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้ทำให้อาม่าฟันร่วง แต่เป็นเหตุการณ์เมื่อปี 62 โดยเรื่องเริ่มจากอาม่าได้โยนขวดแก้วลงมาใส่ตนจากระเบียงชั้นสอง แต่ตนหลบได้แล้วเศษแก้วก็แตกกระเด็นมาบาดขา ตนจึงได้เดินเข้าไปถามว่า “มึงจะฆ่ากูเลยเหรอ” ซึ่งอาม่าก็ได้คว้าคอเสื้อของตน เถียงกันไปมาจนตนตบอาม่าฟันร่วงดังในคลิปที่ปรากฎ

 

เมื่อหนุ่ม กรรชัย พิธีกรถามลูกชายว่า “ยอมรับไหมว่าแม่เราก็เป็นมนุษย์ป้าคนหนึ่ง” นายวรวิทย์ตอบว่า “ยอมรับครับแม่ผมเป็นคนไม่ยอมคน หากเขาคิดว่าตัวเองถูกเอาเปรียบก็จะไม่ยอม”

 

ด้านทนายมนต์ชัย จงไกลรัตนกุล ทนายชื่อดัง ได้กล่าวโดยสรุปกลางรายการว่า ไม่ว่าอาม่าจะทำหรือไม่ทำตามสิ่งที่นางนันทพันธ์เล่ามาก็ตาม แต่คุณไม่มีสิทธิ์ไปทำร้ายร่างกายของอาม่าด้วยการทารุณแบบนั้น ซึ่งโทษจำคุกจะสูงขึ้นกว่าเดิม หากว่าอาม่าไปด่าคู่กรณี คุณก็มีสิทธิ์แจ้งความดำเนินคดีข้อหาดูหมิ่นซึ่งหน้าได้ ซึ่งจะต้องแยกเป็นกรณีไป.

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง