16 ธ.ค. 2559
5,718 ครั้ง

เร่งค้นหาผู้สูญหายเหตุตึกย่านสุขุมวิท 87 ถล่ม พบฝ่าฝืนคำสั่งระงับการรื้อถอน

เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้สูญหายจากเหตุตึกย่านสุขุมวิท 87 ถล่ม อีก 2 รายตำรวจสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เบื้องต้นแจ้ง 3 ข้อหา พร้อมประกาศเป็นพื้นที่อันตรายห้ามเข้า
 
พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางตรวจที่เกิดเหตุตึกถล่มภายในซอยสุขุมวิท 87 พบเป็นอาคารไทยยานยนต์ มิตซู เลขที่ 2225 สูง8 ชั้น กำลังอยู่ระหว่างการรื้อถอน มีการกั้นพื้นที่โดยรอบด้วยสังกะสี ซึ่งมีเศษซากอาคารบางส่วนถล่มลงมาตั้งแต่ชั้นบนสุด เบื้องต้นมีผู้ติดภายใน 4 ราย โดยพบผู้เสียชีวิต 2 ราย สูญหายอีก 2 ราย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตหนึ่งรายคือ นายธีรศักดิ์ แสนศรีสงค์ อายุ 38 ปี เป็นคนขับรถแม็คโคร โดยนายสันต์ ทองสุข หัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตพระโขนง เปิดเผยว่า อาคารดังกล่าวได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และได้เข้ารื้ออาคารช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน แต่ในช่วงที่มีการรื้อถอนกรุงเทพมหานครได้รับแจ้งจากชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงว่ามีเศษวัสดุก่อสร้างตกหล่นลงมา เกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงได้สั่งให้ระงับการรื้อถอนชั่วคราว แต่ก็ยังมีการลักลอบเข้ารื้อถอนจนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น 
 
ด้านพลตำรวจโทศานิตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้นแล้ว เพื่อที่จะดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากทางกรุงเทพมหานคร ได้สั่งระงับการรื้อถอนไปแล้ว เพราะอาคารเกิดการทรุดตัวลงไปก่อนหน้านี้ และบริษัทที่เข้ารื้อถอนก็ไม่มีมาตรการในการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น แต่ก็ยังมีการฝ่าฝืนเข้าไปทำการรื้อถอนจนทำให้อาคารถล่มลงมา และมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว โดยเบื้องต้นจะต้องดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ใน 3 ข้อหา คือ กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522  และขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน พร้อมฝากถึงสำนักงานเขต หากในพื้นที่ใดมีการขอรื้อถอนอาคารให้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่นั้นๆ ด้วย เพื่อจะได้ช่วยเข้ามาตรวจสอบความปลอดภัยอีกทาง เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก 
 
นายยุทธพันธุ์ มีชัย เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เบื้องต้นได้ประกาศให้เป็นพื้นที่อันตรายหวงห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ ส่วนการช่วยเหลือการค้นหาก็จะดำเนินการต่อไป ขณะที่อาคารส่วนที่เหลือขณะนี้ยังอยู่ในภาวะคงที่ แต่ไม่ควรนำอุปกรณ์เจาะรื้อถอนมาใช้ เพราะเกรงว่าอาคารจะทรุด ยืนยันว่าทางกรุงเทพมหานครจะดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งเจ้าของอาคาร และบริษัทที่เข้ารื้อถอนตัวอาคารตามความผิดใน พรบ.ควบคุมอาคาร และฝ่าฝืนคำสั่งการระงับการรื้อถอนของเจ้าพนักงานท้องถิ่น รวมทั้งสอบวินัยเจ้าหน้าที่โยธาเขตพระโขนงว่า เหตุใดยังมีการรื้อถอนอาคารทั้งที่มีหนังสือระงับการรื้อถอนตั้งแต่ 2 ธันวาคมไปแล้ว 
 
นายนพดล ฉายปัญญา ผู้อำนวยการกองควบคุมอาคารสำนักการโยธากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การใช้แบคโฮขนาดใหญ่เข้าไปในตัวอาคารเพื่อทำการรื้อถอนสามารถทำได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีการรื้อถอนแบบใดแต่เจ้าหน้าที่จะต้องมีความรู้และความชำนาญ แต่เหตุการณ์นี้คาดว่าจะไม่มีความชำนาญเพียงพอจึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
 
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง