01 ต.ค. 2556
3,985 ครั้ง

สหรัฐฯปิดหน่วยงานรัฐครั้งแรกในรอบ 17 ปี หลังถกสภาคองเกรสล่ม

พรรครีพับลิกันและเดโมแครต ต่างก็โทษกันและกันว่า เป็นฝ่ายผิดที่ทำให้สหรัฐต้องเผชิญกับการปิดหน่วยงานของรัฐเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี หลังไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณชั่วคราวได้ทันเวลา

 

ในวันนี้พนักงานของรัฐที่ไม่จำเป็นกว่า 7 แสนคนต้องหยุดงาน โดยไม่ได้เงินค่าจ้าง มีเพียงเจ้าหน้าที่จำเป็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชนที่ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ การปิดหน่วยงานรัฐมีขึ้นหลังจากที่สภาคองเกรสสหรัฐฯไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่างงบประมาณฉบับชั่วคราวได้

 

ด้านประธานาธิบดีโอบาม่า ออกแถลงการณ์ทันทีว่า เขาจะทำงานร่วมกับสภาคองเกรส เพื่อให้หน่วยงานของรัฐเปิดทำการโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามการปิดหน่วยงานของรัฐ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้นักวิเคราะห์ของมูดี้ส์ คาดการณ์ว่า หากต้องปิดหน่วยงานรัฐเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เศรษฐกิจประเทศจะได้รับผลกระทบประมาณ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และหากต้องปิดต่อไปอีก 3 - 4 สัปดาห์ก็จะทำให้เกิดความสูญเสียถึง 5 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์

 

ส่วนสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยและสถานกงสุลในเชียงใหม่ยังคงเปิดให้บริการในฝ่ายกงสุลทุกประเภท รวมทั้งงานวีซ่าตามปกติ

 

โพลล์ล่าสุดซึ่งจัดทำโดยรอยเตอร์สและอิ๊ปซอส ปรากฏว่า ชาวอเมริกัน 1 ใน 3 เชื่อว่า การปิดหน่วยงานรัฐครั้งนี้เป็นความผิดรีพับลิกัน ขณะที่ร้อยละ 14 เชื่อว่า เป็นความผิดของประธานาธิบดีโอบาม่า ขณะที่อีกร้อยละ 5 คิดว่า เป็นความผิดของพรรคเดโมแครตในคองเกรส ขณะที่ร้อยละ 44 เชื่อว่า เป็นความผิดของทุกฝ่าย

+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง