01 ต.ค. 2563
499 ครั้ง

'บิ๊กแป๊ะ' ส่งท้ายตำแหน่ง แถลงปิดคดีจี้ชิงทองย่านวังหิน ก่อนคุมคนร้ายตัวทำแผนฯ เจ้าตัวอ้างอยากได้เงินไว้ใช้บั้นปลายชีวิต

วานนี้ (30 ก.ย. 63) ตำรวจนครบาลโชคชัย คุมตัวนายชัยมงคล ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางประชาชนเฝ้าสังเกตการณ์จำนวนมาก โดยเริ่มตั้งแต่ขี่รถจักรยานยนต์มาที่ห้าง แล้วใช้อาวุธปืนลูกโม่จี้ชิงทองรูปพรรณ ซึ่งอยู่ติดกับทางเข้าเเละไม่มีเเผงเหล็กกั้น  จุดที่สองอยู่ริมคลองลาดพร้าว ห่างจากห้างไม่ถึง 500 เมตร นายชัยมงคล เเวะถอดเสื้อโยนทิ้งในคลอง 
 
 
นายชัยมงคล ยอมรับว่าเคยก่อเหตุชิงทองมาแล้ว 3 ครั้ง ในปี 2552 จังหวัดปทุมธานี / 2562 จังหวัดขอนแก่น และล่าสุด 27 กันยายนที่วังหิน ส่วนเหตุชิงทองที่พระรามสี่ วึ่งมีพฤติกรรมคล้ายกันคือใส่วิกผมยาว อ้างไม่เกี่ยวข้อง ตำรวจจะสอบสวนขยายผลต่อไปและจะนำตัวขออำนาจศาลอาญา ฝากขังผัดแรกพรุ่งนี้
 
 
 
ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจเเห่งชาติ เเถลงปิดคดีคนร้ายบุกเดี่ยวจี้ชิงทอง ในห้างฯย่านวังหิน เตือนผู้ประกอบการ เพิ่มระบบความปลอดภัย หลังวิเคราะห์เเผนประทุษกรรม คนร้ายมักเลือกเป้าหมายร้านทองที่อยู่ใกล้ทางออก เเละไม่มีเเผงเหล็กกั้นหน้าเคาท์เตอร์ ส่วนผู้ต้องหา ช่วงบ่ายที่ผ่านมา ถูกคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ อ้างต้องการเงินไปช่วยเหลือคดีให้กับญาติ และกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับภรรยา ในประเทศเพื่อนบ้าน 
 
 
พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำแถลงปิดคดีจี้ชิงทอง น้ำหนัก 216 บาท ในห้างย่านวังหิน ผลงานชิ้นโบว์เเดงส่งท้าย ก่อนส่งต่อหน้าที่ให้กับผู้บัญชาการตำรวจเเห่งชาติคนใหม่ นามว่าบิ๊กปั๊ด พล.ต.อ.สุวัฒน์ เเจ้งยอดสุข 
 
 
ผู้ก่อเหตุคือ นายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมภ์ อายุ 38 ปี ร่วมกับภรรยาชาวลาว นางจันดา หรือ น้อย จันทร์โศก ช่วยกันวางเเผน โดยมีเพื่อนที่นครปฐม คือนายสุริยันต์ หรือ มอส นิลบรรพต เอาทองส่วนหนึ่งไปซ่อน ทั้ง 3 คน เเยกกันหนีเเต่สุดท้ายไปไม่รอด ถูกจับได้พร้อมของกลางบางส่วน ผู้ต้องหาอ้าง ต้องการเอาเงินไปช่วยคดีให้ญาติ ที่เหลือจะเอาไว้ใช้จ่ายส่วนตัวกับภรรยา ในประเทศเพื่อนบ้าน
 
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Y3oND6CRdQQ
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง