01 ต.ค. 2563
1,696 ครั้ง

หนุ่มขายไก่ชนร้อง ถูกคนอ้างเป็นตร. ขอค้นตัว-ทำร้ายร่างกาย เผยเคยเกิดเหตุแบบนี้หลายครั้ง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 กันยายน 2563 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) ได้มีการโพสต์เตือนภัยพร้อมกับภาพร่องรอยบาดแผลจากการถูกรุมทำร้ายเมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า #เตือนภัยสังคม ณ.เวลา 20.15 - 21.00 #ไม่คิดเลยว่าจะเจอกับตัวเอง ผมกำลังขับมอไซค์เอาไก่ไปส่งลูกค้า 2 ตัว ถึงจุดเกิดเหตุ ทางเลี่ยง เส้นพุทธมณฑลอีสาน มีชาย 2 คน ไม่ทราบชื่อ จอดรถโซนิคไว้เกาะกลางทางข้ามผมขับรถไปถึงก็มาดักหน้ารถ พยามปิดกุญแจรถผมอ้างตัวว่าเป็น ตำรวจสถานีภูธรแห่งหนึ่ง ใส่ชุดนอกเครื่องแบบธรรมดา เหมือนพวกวัยรุ่น ไม่แสดงบัตรเจ้าหน้าที่ ไม่มีการแจ้งข้อหา พยายามล๊อกคอผมลงมาจากรถ ดึกขนาดนั้นเป็นใครก็ต้องมองแง่ร้ายไว้ก่อนต้องป้องกันตัวผมสุ้ใจขาดกับ ผู้ชายที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจ ทั้งสองคนพยามจะใส่กุญแจมือผมไห้ได้ ผมดิ้นขัดขืนสุดแรงพร้อมกับตะโกน ไห้คนช่วยด้วย แต่ก็ไม่มีรถผ่านมาสักที 1 ใน 2 คน พูดออกมา ว่าให้ ยิงมัน ยิงมัน จะขู่ หรือ จะทำจริงก็ตามตอนนั้น ความกลัวไม่มีแล้ว สู้สุดแรงที่ยังเหลืออยู่นึกถึงแต่หน้าลูก ว่าต้องกลับไปหาลูก ไห้ได้ ยื้อกันได้ 15-20 นาที ก็มีผู้ใจดี ยอมจอดรถ ลงมา
 
 
ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังผู้เสียหายคือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 33 ปี อาชีพเลี้ยงไก่ชน ได้พาไปที่จุดเกิดเหตุ ได้เล่าว่า ตนอาศัยอยู่ในบ้านอัมพวัน หมู่ที่ 7 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ก่อนเกิดเหตุได้มีลูกค้าสั่งให้ตนไปส่งไก่ชน 2 ตัว ที่บ้านหนองหลุบระยะทางห่างกันประมาณ 10 กม. ออกจากบ้านเวลา 20.10 น. โดยขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ สวมเสื้อยืดและเสื้อแขนยาว สะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่สีดำ มีกระเป๋าคาดเอว พร้อมกับไก่ชน 2 ตัว เพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าที่หมู่บ้านหนองหลุบที่อยู่ถัดจากหมู่บ้านของตนเอง โดยใช้เส้นทางหลวงชนบท ขก.3068 ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าออกหมู่บ้าน
 
 
โดยปกติตนและชาวบ้านที่นี่ก็จะใช้เส้นทางนี้สัญจรเป็นประจำ ก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับตนเองยอมรับว่ากลัวมาก เพราะช่วงจังหวะที่มีการต่อสู้และยื้อยุดฉุดกระชากกันประมาณ 20 นาที ตนพยายามตะโกนขอความช่วยเหลือตลอด แต่ด้วยเส้นทางดังกล่าวเป็นทางเลี่ยงเมืองจึงทำให้รถที่สัญจรผ่านไปมามีน้อย จนกระทั่ง มีพลเมืองดีขับรถผ่านมาเห็นเหตุการณ์ 3 คัน ซึ่งเป็นรถกระบะ 2 คัน และรถเก๋ง 1 คัน ในช่วงแรกไม่มีใครลงมาจากรถตนก็ยิ่งตะโกนขอความช่วยเหลือจนกระทั่งพลเมืองดีตัดสินใจเดินลงมาจากรถ ชายทั้ง 2 คน จึงได้หยุดรุมทำร้าย ตนจำได้ว่า 1 ในพลเมืองดีนั้นสวมเครื่องแบบข้าราชการ จึงมีการพูดคุยเจรจากัน
 
 
ในขณะนั้นตนทั้งเหนื่อยและพูดไม่ออก แต่ก็พยายามตั้งสติให้ได้ ชายที่รุมทำร้ายแอบอ้างว่าเป็นจนท.ตำรวจ ขอตรวจกระเป๋าค้นกระเป๋าของตน ตนจึงให้พลเมืองดีช่วยเป็นพยายานว่าตนไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย สุดท้ายก็ไม่เจออะไร แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือจังหวะนั้นเองก็มีรถกระบะของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจอดฝั่งตรงข้ามที่บริเวณจุดเกิดเหตุ ตนเห็นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจลงมาจากรถจริง แต่ก็ไม่มีเข้ามาสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนชายสองคนที่อ้างว่าเป็นตำรวจและรุมทำร้ายตนก็ยังทำตัวตามปกติ
 
 
นายเอ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย ได้เล่าต่ออีกว่า หลังจากที่ทุกอย่างคลี่คลาย ตนจึงตัดสินใจรีบกลับบ้านทันที นึกถึงหน้าลูกและครอบครัว ขอเอาชีวิตให้รอดกลับไปก่อน ไม่ได้แจ้งความและไม่ได้ไปหาหมอ ดูแลรักษาตัวเองที่บ้านเท่านั้น ส่วนบาดแผลที่ถูกรุมทำร้ายส่วนใหญ่ก็มีร่องรอยตามบริเวณแขน มือ ใบหน้า ใบหู อาการหนักตรงที่อาเจียนเป็นเลือด ขณะนี้ก็ยังปวดเมื่อยตามร่างกาย ส่วนความเสียหายในครั้งนี้เป็นไก่ชน 2 ตัว เนื่องจากช่วงที่มีการรุมทำร้ายร่างกาย ไก่ชนจึงหลุดมือตกใจวิ่งออกไปทางถนนถูกรถชนตาย 1 ตัว และหายไป 1 ตัว คิดเป็นเงิน 4,000 บาท และหมวกกันน็อคที่ตนสวมไปก็แตกหักไปบางส่วนเท่านั้น
 
 
นอกจากนี้ชาวบ้านยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า เคยมีเหตุการณ์ดักปล้นจี้และรุมทำร้ายหวังเอาทรัพย์สินหลายครั้งในช่วงเวลากลางคืน เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวไม่มีแสงสว่างและเปลี่ยวมาก ที่สำคัญพนักงานส่งอาหารเดลิเวอรี่หากได้รับออร์เดอร์จากลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ที่จะต้องผ่านเส้นทางดังกล่าว พนักงานส่วนใหญ่ขอยกเลิกออร์เดอร์ทันที เพราะไม่ต้องการเสี่ยงกับความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
 
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/oNGAsweYUi8
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง