30 ส.ค. 2563
10,560 ครั้ง

เร่งคลี่ปมพยาบาลผูกคอดับ ในโรงรถบ้านสามี-เมียหลวง หลังมาตามลูกคืน

สระบุรี-วันที่ 29 สิงหาคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี ได้รับแจ้งว่ามีคนผูกตาย ที่บ้าน ถ.พหลโยธิน ซอย 23 แยก 1 ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.สระบุรี และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างสระบุรี
 
 
ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น พบผู้เสียชีวิตผูกคอตายนอนอยู่ที่พื้นใกล้กับรถเก๋ง มีนายเอกพัฒน์ คันธาวัฒน์ สามี นำร่างลงมานอนที่พื้นก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไปถึง ใกล้กันพบเชือกขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 10 เมตร ผูกห้อยอยู่กับขื่อหลังคาโรงรถ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ น.ส.ธิดาเดือน รุ่งแสง อายุ 42 ปี แพทย์ชันสูตรพลิกศพพบรอยเชือกรัดที่คอจนช้ำ หน้าผากข้างซ้ายโนและแตกเลือดไหลไม่มากนัก ก่อนส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลสมเด็จพระเทพ อ.องครักษ์ จ.นครนายก 
 
 
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำ นายเอกพัฒน์ สามีของผู้ตาย เล่าว่า ตนเองมีภรรยา 2 คน คนแรกชื่อ นางธวัลรัตน์ คันธาวัฒน์ อายุ 37 ปี เป็นภรรยาหลวง อยู่กับตนที่บ้านหลังดังกล่าว และคนที่สอง น.ส.ธิดาเดือน รุ่งแสง อายุ 42 ปี เป็นภรรยาน้อย ไม่ได้ทำงาน มีลูกด้วยกัน 1 คน อายุ 3 ปี
 
 
ก่อนเกิดเหตุตนเองได้ไปที่บ้านของผู้ตาย และเกิดมีปากเสียงกันเรื่องลูก ตนจึงได้เอาลูกสาว อายุ 3 ปี กลับมาอยู่กับตนที่บ้าน จนเวลาประมาณ 01.00 น. ผู้ตายได้ตามมาที่บ้านของตนและเปิดประตูรั้วบ้านเข้ามาอยู่ข้างในบ้าน แต่ไม่รู้ว่ามารถอะไร และตะโกนเรียกให้เปิดประตูบ้าน แต่ตนเองไม่เปิดให้ กลัวว่าจะทะเลาะกัน เนื่องจากว่าตนเองไปเอาลูกสาวมา และผู้ตายน่าจะมาขอลูกคืน ผู้ตายโวยวายพักใหญ่ และมีเสียงดังกุก ๆ กัก ๆ แล้วเสียงก็เงียบหายไป ตนเองก็ไม่ได้สนใจ และไม่ได้เปิดประตูออกมาดู นึกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
 
 
จนรุ่งเช้าประมาณ 07.30 น. นางธวัลรัตน์ ภรรยาหลวงของตน ได้เปิดประตูบ้านออกมา ก็ตกใจ เห็นผู้ตายได้ผูกคอห้อยอยู่กับขื่อหลังคาโรงรถข้างเสาหน้าบ้าน จึงได้วิ่งเข้าไปเรียกให้ตนออกมาดู ก็พบผู้ตายผูกคอเสียชีวิตแล้ว ขณะนั้นได้มีคนรู้จักมาหาพอดี เห็นเหตุการณ์จึงได้ช่วยกันนำร่างของผู้ตายลงมานอนที่พื้น ผู้ตายน่าจะน้อยใจที่ทะเลาะกับตนเอง และตนได้เอาลูกมา ผู้ตายจึงได้ตัดสินใจผูกคอตายด้วยความน้อยใจ ตนจึงรีบโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุดังกล่าว
 
 
ต่อมา พี่สาวผู้ตาย นางสุดารัตน์ รุ่งแสง อายุ 48 ปี พร้อมพี่เขย นายปัณพัฒน์ พรานธนงค์ อายุ 49 ปี ได้เดินทางมาดูศพในที่เกิดเหตุ ได้เข้าไปกอดร่างที่ไร้วิญญาณของน้องสาว เสียใจร้องไห้เป็นการใหญ่ และได้เห็นหน้าผากของน้องสาวมีอาการโนและแตก มีเลือดไหล จึงได้ถามนายเอกพัฒน์ ว่าทำไมหัวมีรอยแตกและเลือดออก ซึ่งนายเอกพัฒน์ ได้บอกว่าไม่รู้ และยังได้ถามอีกว่า ไม่รู้ได้ไงเพราะอยู่ด้วยกันในที่เกิดเหตุ นาย เอกพัฒน์ ก็ไม่ได้ตอบอะไร
 
 
ซึ่งนางสุดารัตน์ สงสัยในการตายของน้องสาว จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนหาข้อเท็จจริงว่าการตายเกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่
 
 
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ปักใจเชื่อคำพูดของนายเอกพัฒน์ เนื่องจากการให้ปากคำไม่ตรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เช่น การผูกคอตาย เป็นเชือกไนลอนเหนียวขนาดใหญ่ เบอร์ 20 ธรรมดาถ้าคนผูกคอตายจะไม่ใช้เชือกใหญ่ เพราะมันผูกเป็นเงื่อนไม่ได้ และยังนำศพลงมาก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปถึง ยังพบ บาดแผลที่บริเวณหน้าผากมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย
 
 
และยังบอกว่าไปหาผู้ตายที่แก่งคอย เพื่อเอาลูกสาวมาอยู่ด้วย แต่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบว่า ไปทะเลาะกันอยู่ที่บ้านผู้ตาย ถ.เทศบาล 2 ชุมชนเสือขบ จ.สระบุรี เขตเทศบาลเมืองสระบุรี และยังบอกอีกว่าผู้ตายไม่มีงานทำ แต่ทางพี่สาวบอกว่า ผู้ตายเป็นนางพยาบาล อยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ขณะนี้ได้ลาเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุขาหัก และที่โรงรถยังมีกล้องวงจรปิด แต่ว่านายเอกพัฒน์ บอกเสียใช้ไม่ได้ 
 
 
พ.ต.ท.ภัฏ ผดุงรัตน์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระบุรี จึงได้ให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานสระบุรี มาตรวจดีเอ็นเอของผู้ตาย และของในที่เกิดเหตุทั้งหมด เพื่อหาหลักฐานการเสียชีวิตของ น.ส.ธิดาเดือน รุ่งแสง ระหว่างนี้ต้องรอผลชันสูตรของผู้ตายก่อนว่าเกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่ต่อไป
 
ชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/Lskm726NlAU
 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง