07 ส.ค. 2560
30,950 ครั้ง

จำใจปล่อยร่วง! สวนมะนาวระส่ำราคาดิ่งเหลือลูกละ 15 สต. เหตุคนแห่ปลูก-นโยบายรัฐ พาณิชย์เร่งระบาย

 
เกษตรกรในจังหวัดราชบุรีกำลังประสบปัญหามะนาวล้นตลาดจนราคาตกเหลือเพียง 15-20 สตางค์ต่อลูก ทำให้ขาดทุนอย่างหนัก จำเป็นต้องปล่อยร่วงคาต้นเพราะจ้างคนเก็บก็ยิ่งขาดทุนเพิ่ม โดยชี้ว่าสาเหตุที่ทำให้มะนาวล้นตลาดมาจากช่วงปี 2557-2558 ที่มะนาวมีราคาสูง ช่วยสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกกันอย่างแพร่หลาย ประกอบกับนโยบายรัฐที่ให้ปลูกมะนาวบ้านละ 1 ต้น นอกจากนี้ยังมีมะนาวจากต่างประเทศเข้ามาป่วนตลาดด้วย
 
นายจักรรินทร์ แซ่ลิ้ม เกษตรกรใน ต.หัวโพ อ.บางแพ จ.ราชบุรี ระบุว่า ตนมีมะนาวที่ต้องเอามาทิ้งอยู่ตอนนี้ประมาณ 1–2 ร้อยลัง ซึ่งเป็นลูกมะนาวที่พอจะขายได้แต่แม่ค้าไม่เอาเลยต้องนำมาทิ้ง และยังมีในร่องสวนอีกที่ยังไม่ได้เก็บจำนวนมาก เพราะค่าแรงคนงานเก็บก็อยู่ประมาณ 3 ร้อยบาท ต่อคนรวมแล้วหลายสิบคนกว่าจะเก็บเสร็จ ถ้าจ้างเก็บก็คงขาดทุน ซึ่งที่เก็บอยู่ตอนนี้เพียงเพื่อให้ได้ค่าแขกคนงานเท่านั้นโดยที่ไม่ต้องควักเงินทุนออกมา ส่วนค่าปุ๋ยค่าน้ำยานั้นไม่ได้อยู่แล้ว
 
"การแก้ปัญหาคือสิ่งไหนที่สมควรทำก่อนก็ทำ อย่างที่สวนของตนต้นมะนาวเริ่มล้ม พอได้เงินก้อนมาก็เริ่มจ้างแขกเอาไม้มาปักค้ำกิ่งมะนาวเพราะจำเป็นต้องใช้ ถ้าไม่ค้ำไม่บำรุงก็จะไม่ติดในช่วงนอกฤดู คราวหน้าก็จะไม่ได้อะไรเลยก็จะยิ่งขาดทุนหนักเข้าไปอีก" นายจักรรินทร์ระบุ
 
นายจักรรินทร์กล่าวต่อว่า "การปลูกมะนาวตามคำพูดของนายกฯ ว่าให้ปลูกบ้านละต้น ทำให้เกิดมะนาวรองขึ้น ขยายออกไปเป็นรูปแบบของสหกรณ์  ตามอำเภอ ตามหัวเมืองต่าง ๆ แถบอีสาน พูดง่าย ๆ คือทุกบ้านมี ไม่จำเป็นต้องซื้อข้างนอกพอเหลือกินก็อาจจะขายในหมู่บ้าน จากที่ต้องมาซื้อมะนาวแถบภาคกลางก็ไม่จำเป็นแล้ว พอล้นตลาดก็ทำให้ราคาถูกลง" 
 
ด้านนายสุรเชษฐ์ แซ่ลิ้ม เกษตรกรชาว ต.บางแพ อ.บางแพ จ.ราชบุรี กล่าวว่า มะนาวนั้นล้นตลาดมาตั้งแต่ช่วง 2-3 ปีที่แล้วโดยนโยบายของรัฐบาลที่ให้ปลูกมะนาวบ้านละกระถาง ที่ล้นตลาดก็เพราะปลายทางสมัยก่อนต้องเอาจากกรุงเทพขึ้นไป อีกสาเหตุก็คือต่างคนต่างคิดว่าอีก 3 -4 ปีมันก็แพง จึงทำให้ปลูกกันเป็นจำนวนมาก และไม่มีการควบคุมด้านการตลาด อีกทั้งแม่ค้าก็ต้องสั่งเบรกเพราะขายไม่ได้ พอสวนมากขึ้นก็ต้องแบ่งกันเก็บ
 
"แต่ที่เราอยู่ไม่ได้นั้นเพราะว่าค่าแรงเราเยอะ สมัยก่อนที่อยู่ได้นั้นค่าแรง เพียงแค่ 150-200 บาท ซึ่งตอนนี้ค่าแรง 300 บาท อีกทั้งค่าปุ๋ยเคมีก็มีราคาแพงขึ้นจากกระสอบละ 400 ขึ้นมาเป็น กระสอบละกว่า 4,000 บาท เนื่องจากต้นทุนเรามันมหาศาล และมะนาวจากต่างประเทศก็มีส่วนทำให้ตลาดไทยปั่นป่วนเพราะของเราเองก็ล้นตลาดอยู่แล้ว อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยพยุงราคาเกษตรกรเหมือนทุกๆ ปีที่เข้ามาช่วย แต่ปีนี้ไม่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาดูแลเลย" นายสุรเชษฐ์ระบุ
 
นายสุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า "เกษตรกรก็ต้องดิ้นรนหาตลาดบ้าง แปรรูปบ้าง แต่ของเราไม่มากพอจะแปรรูป แต่เนื่องจากมะนาวมันมีปริมาณมากล้นตลาดมาก ทางสหกรณ์ก็รับไม่ไหวเหมือนกัน และมีบางส่วนที่ต้องทิ้ง อย่างสวนของตนนั้นก็ต้องทิ้งไปเป็นจำนวนมาก เพราะถ้าใช้คนงานเก็บก็จะไม่คุ้ม เพราะที่ของตนนั้นมีอยู่ 80 ไร่ ยังต้องทิ้งไปแปลงหนึ่ง 40 ไร่ ขอแค่ประคอง ๆ ไว้ก็ต้องลุ้นว่าจะรอดหรือไม่ เพราะยังไม่รู้ว่าแนวโน้มตลาดจะเป็นอย่างไร ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้วมานั้นไม่มีแนวโน้มที่จะขยับขึ้น มีแต่ราคาลงอย่างเดียวจนเหลือลูกละ 15 สตางค์ พูดได้ว่ามะนาวในตอนนี้ประคองตัวเองไม่ได้เลยมีแต่ขาดทุนเพียงอย่างเดียว ยิ่งทำเยอะคือยิ่งขาดทุน" 
 
เช่นเดียวกับเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวในจังหวัดกาญจนบุรี ที่เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยหาตลาดรับซื้อผลผลิต หลังมะนาวล้นตลาด ส่งผลราคาตกต่ำไม่คุ้มค่าจ้างแรงงานเก็บ ต้องตัดใจปล่อยร่วงทิ้งคาสวนจำนวนมาก
 
นายกำธร สร้อยพรรณนา เกษตรกรผู้ปลูกมะนาวในตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี นำผู้สื่อข่าวเข้าไปดูสภาพของลูกมะนาวที่ร่วงหล่นลงมาจากต้นเต็มพื้นของสวนมะนาว ที่นายกำธรได้ปลูกเอาไว้จำนวน 15 ไร่ มีต้นมะนาวมากกว่า 3,000 ต้น นายกำธรระบุสาเหตุว่ามาจากช่วงนี้ราคามะนาวตกต่ำมาก ตนจึงไม่สามารถจ้างแรงงานให้เข้ามาเก็บมะนาวเพื่อนำไปขายได้ตามปกติ เพราะช่วงนี้มะนาวเกรดดีลูกใหญ่ที่คัดแล้ว ยังขายได้เพียงลูกละ 1 บาท ขณะที่มะนาวไซส์ปกติทั่วไป ก็ขายได้เพียงลูกละ 30 สตางค์เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ถูกมากและเป็นราคาที่ตกต่ำที่สุดในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา 
 
นายกำธรระบุสาเหตุที่ราคามะนาวตกต่ำว่า เนื่องมาจากเมื่อหลายปีก่อน มะนาวช่วงหน้าแล้งเคยขาดแคลนและได้ราคาดี เกษตรกรที่เคยปลูกพืชผักและผลไม้ชนิดอื่นจึงหันมาปลูกมะนาวแทนกันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อเริ่มปลูกพร้อมกัน ต้นมะนาวที่เริ่มปลูกจึงให้ผลผลิตออกมาพร้อมกันในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้มีฝนตกชุกยิ่งทำให้มะนาวให้ผลผลิตดี จึงมีผลผลิตมะนาวออกมาสู่ท้องตลาดเป็นจำนวนมาก เป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาตกต่ำอยู่ในขณะนี้ ที่ผ่านมาทางกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวในจังหวัดกาญจนบุรีเองมีการพูดคุยหารือกันถึงวิธีการแก้ปัญหา ซึ่งบางรายที่มีผลผลิตไม่มาก ก็หันไปแปรรูปเป็นน้ำมะนาวหรือมะนาวดอง มะนาวแช่อิ่ม แต่ในรายที่มีผลผลิตมาก แม้จะนำไปแปรรูปก็ยังมีผลผลิตที่เหลืออีกเป็นจำนวนมากอยู่ดี ดังนั้น ตนและเพื่อนเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวอีกหลายราย จึงตัดสินใจต้องยอมปล่อยให้มะนาวร่วงหล่นและเก็บทิ้งไปเปล่าๆ เพราะหากจ้างแรงงานมาเก็บไปขายก็ไม่คุ้มอยู่ดี ช่วงนี้ก็ทำได้เพียงคอยดูแลต้นมะนาวไม่ให้เสียหาย เพื่อรอเก็บผลผลิตในช่วงต่อไปและรอลุ้นให้มะนาวกลับมามีราคาดีอีกครั้ง
 
อย่างไรก็ตาม ตนอยากฝากปัญหานี้ ให้ทางรัฐบาลช่วยหาทางออกให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมะนาว ด้วยการช่วยส่งเสริมหาตลาดรองรับผลผลิตให้กับเกษตรกร หรือหากเป็นไปได้ ก็อยากจะขอให้มีการรับประกันราคาผลผลิตมะนาว ก็น่าจะช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวที่กำลังประสบปัญหากันอยู่ในช่วงนี้ได้มาก 
 
ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์ราคามะนาวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากขณะนี้มีเกษตรกรร้องเรียนว่า ราคามะนาวตกต่ำลงอย่างมาก ซึ่งราคามะนาวขนาดจัมโบ้ ราคาตกลงมาอยู่ที่ผลละ 25 สตางค์ ขณะที่มะนาวคละ ตกเกรด ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 1 บาทเท่านั้น ซึ่งเบื้องต้นจากการตรวจสอบเป็นเพราะขณะนี้ผลผลิตออกสู่ท้องตลาดเป็นจำนวนมาก เพราะสภาพอากาศ และน้ำท่าปีนี้ค่อนข้างดี ประกอบกับมีเกษตรกรหันมาปลูกมะนาวมากขึ้นในช่วงที่มะนาวมีราคาแพง จึงเป็นไปตามกลไกตลาดที่ผลผลิตเกินความต้องการ ราคาจึงตกลง
 
อย่างไรก็ดี จะเชื่อมโยงตลาดเพื่อกระจายผลผลิตมะนาวออกจากพื้นที่ที่มีผลผลิตมาก อย่างเช่นที่จังหวัด กำแพงเพชร เพื่อระบายผลผลิตให้ออกไปสู่พื้นที่อื่น เพื่อช่วยให้ราคาปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะเป็นลักษณะเดียวกับการดูแลราคาลำไยในขณะนี้ ที่หลังจากกรมการค้าภายในได้เข้าไปเชื่อมโยงตลาดราคาก็เริ่มปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ 
+ อ่านเพิ่มเติม

ข่าวอัพเดท ล่าสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง